Archive for เมษายน, 2012


ส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการกันเสียทีเมื่อล่าสุดเว็บขายส่งสินค้าจำพวกชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง TVC-Mall ได้มีชิ้นส่วนปุ่ม Home ของ iPhone รุ่นใหม่ออกมาขายกันแล้ว โดยใช้ชื่อว่า iPhone 5 Home Button ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างไปจากปุ่ม Home ของ iPhone 4S ซะด้วย

ตัวปุ่มของ iPhone รุ่นใหม่นั้นจะมีส่วนที่เป็นฐานพลาสติกยื่นออกมาเยอะกว่าแบบเก่าใน iPhone 4S ซึ่งแบบเดิมจะไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ โดยในปุ่มแบบใหม่ตัวฐานจะกว้างจนออกมาเป็นสี่เหลี่ยมอย่างที่เห็น แต่พื้นที่สำหรับใช้งานปุ่ม Home ก็ยังเป็นวงกลมเหมือนเดิม

ปุ่ม Home ของ iPhone 4S

นอกจากนั้นเว็บไซต์อย่าง TrueSupplier ก็เริ่มมีชิ้นส่วนดังกล่าวขายแล้วเหมือนกัน และมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับของเว็บไซต์ TVC-Mall เป๊ะๆ ดังนั้นตอนนี้น่าจะพอมั่นใจได้เยอะแล้วว่า ปุ่ม Home ที่เห็นน่าจะเป็นของ iPhone รุ่นใหม่จริงๆ เพราะจากในอดีตถ้ามีผู้จำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่มากกว่า 2 เจ้าขึ้นไปออกมาขายชิ้นส่วนคล้ายๆ กันเมื่อไหร่ก็น่าจะแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มั่วมา ซึ่งต่อจากนี้ก็น่าจะเริ่มมีชิ้นส่วนทยอยหลุดกันมาให้เห็นเรื่อยๆ กันอีกต่อไป

ว่าที่ปุ่ม Home ของ iPhone รุ่นต่อไป?

Advertisements

เราต่างรู้กันดีว่าสินค้าหลายๆ อย่างของ Apple นั้นผลิตในประเทศจีน โดยเฉพาะ iPad ซึ่งหากถามคนทั่วไปว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น เหตุผลหนึ่งที่เราจะได้ยินจากการคาดเดาก็เป็นเพราะเรื่องของค่าแรงที่ถูกกว่าทำให้ต้นทุนการผลิตทำได้ถูกกว่าผลิตที่อื่นๆ นอกประเทศจีน แต่จริงๆ แล้วนั่นอาจไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ Apple ต้องเลือกผลิต iPad แค่ในประเทศจีนเท่านั้น

แท้จริงแล้วเรื่องนี้มีตัวแปรสำคัญนั่นก็คือ “แร่ธาตุ” ซึ่งจีนถือว่าเป็นประเทศที่ใหญ่มาก และมีแร่ธาตุสำคัญที่หายาก 17 ชนิดซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ในกระบวนการสร้าง Gadget ยอดนิยมต่างๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ของ iPad, ชิ้นส่วนกระจก, และชิ้นส่วนแม่เหล็กบน Smart Cover โดยแร่โลหะที่สำคัญหลายๆ ชนิดนั้นสามารถหาได้จากในจีนเกือบทั้งหมดซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนถึง 95% โดยหากจะไปหาแร่โลหะเหล่านี้นอกประเทศจีนก็ทำได้ แต่ก็จะมีเพียง 5% เท่านั้น

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เห็นได้เลยว่า ประเทศจีนนั้นมีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตสินค้าไอทียุคใหม่มากๆ ด้วยพื้นฐานเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่เยอะกว่าชาวบ้านเค้าอยู่แล้ว รวมไปถึงแรงงานที่มีจำนวนมาก ทำให้จีนยังคงจะครองความเป็นมหาอำนาจในการผลิตสินค้าให้กับชาติอื่นๆ ไปอีกนาน

ข่าวการเข้าซื้อ Instagram โดย Facebook นั้นสร้างผลกระทบที่หลายๆ คนอาจจะนึกไม่ถึงเท่าไร หนึ่งในนั้นคือการที่ Jack Dorsey ผู้ก่อตั้งร่วมของ Twitter ได้เลิกใช้งาน Instagram เนื่องจากอาจจะแอบเซ็งที่ Facebook ตัดหน้า Twitter ด้วยการทุ่มซื้อ Instagram ไปเสียก่อน ส่วนอีกคนที่เพิ่งจะเลิกใช้งาน Instagram ไปหมาดๆ ก็คือ Phil Schiller รองประธานบริหารด้านการตลาดของ Apple ด้วยเหตุผลที่น่าจะพอเดากันได้… “Android”

Phil Schiller ได้ทำการลบ Account Instagram ของเขาทิ้ง ประมาณว่าเลิกเล่นไปเลยหลังจากที่ Instagram ได้ออกตัวแอพเวอร์ชั่นสำหรับ Android Phone ได้ไม่นาน โดยเมื่อมีผู้สอบถามไปยัง Twitter ของเขาผ่านทาง Direct Message ว่าทำไมหรือเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ก็ได้คำตอบกลับมาว่า

“มันดูไม่ค่อยเจ๋งแล้ว เพราะมันไปลง Android”

เรื่องนี้ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์และดราม่ากันต่างๆ นานา เพราะก่อนหน้านี้เคยมีข่าวที่ว่าผู้ใช้งาน iOS แอบแขวะผู้ใช้งาน Android เกี่ยวกับเรื่อง Instagram ต่างๆ อารมณ์เหมือนแบ่งแยกชนชั้นซึ่งดูไร้สาระมาก แต่การที่ Phil Schiller ออกมาตอบแบบนี้ก็เหมือนจะเป็นการโหมกระแสเข้าไปอีกหน่อยให้ดูเข้มข้นขึ้น จึงมีแฟนๆ จากเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศทำการส่งอีเมล์ไปถามทาง Phil Schiller โดยตรงว่าทำไมถึงตอบออกมาเช่นนี้ ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาล่าสุดว่า

“Instagram เป็นแอพและสังคมที่เจ๋งมาก นั่นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”

“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเคยชอบมาก คือการที่มันเคยเป็นสังคมเล็กๆ ของการแบ่งปันภาพแบบใหม่”

“ตอนนี้มันเติบโตขึ้นมากและสัดส่วนของปริมาณต่อคุณภาพก็เปลี่ยนไป”

“มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะดีหรือไม่ดี เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยสนุกด้วยอีกแล้ว”

ดูจากคำตอบแล้วก็ดูเหมือนว่าเป็นมุมมองที่มีจุดยืนพอสมควรจาก Phil Schiller ซึ่งเขาอาจจะมองว่าผู้ใช้งาน Instagram นั้นเยอะเกินไป และรูปที่มีตอนนี้ก็เริ่มไม่เจ๋งเท่าเมื่อก่อนแล้ว เลยเลิกเล่นไปเลยอะไรแบบนั้น ซึ่งก็น่าจะมีส่วนเล็กๆ ที่มาจากการที่ Instagram พอร์ทไปลง Android ด้วย โดยแน่นอนว่าพอเป็นคำพูดที่มาจากคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทคู่แข่งของ Google อย่าง Apple ก็ก่อให้เกิดเป็นกระแสข่าวว่าทั้งสองบริษัทนั้นเกลียดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นสำหรับผู้ใช้งาน Instagram ในบ้านเราไม่ต้องไปคิดลึกคิดอะไรมากเท่าไรเพราะ Social Media ที่เกิดมาใหม่ๆ นั้นจะมีช่วงพิสูจน์ตัวเองอยู่แล้วว่าจะดีจริงและเจ๋งพอที่จะอยู่รอดต่อไปได้รึเปล่า ส่วนกรณี iOS ปะทะ Android นั้นทางต่างประเทศเขาเล่นเรื่องนี้กันเยอะเหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่าคนไทยเรา (โดยเฉพาะที่ติดตามเว็บนี้ ^^) ไม่น่าจะมีคนเสียเวลาไปกับเรื่องเปรียบเทียบคนใช้ iPhone กับ Android ซักเท่าไหร่ โดยผมคิดว่าเราน่าจะยิ่งดีใจเสียด้วยซ้ำที่จะมีเพื่อนๆ ทั้งหลายที่ใช้งาน Android อยู่เข้ามาร่วมแชร์ร่วมคอมเม้นท์รูปภาพสวยๆ บน Instagram ไปด้วยกันได้ซักที เอาเป็นว่าเล่นให้สนุก อย่าคิดมากครับ


สรุปภาพโป๊กลางสภาเกิดได้โดย “เทคโนโลยี DLNA (Digital Living Network Alliance)  เฟิร์มแวร์รุ่นใหม่เปลี่ยนคอนเซ็ปท์ให้”มือถือ”ตัดสินใจส่งภาพได้โดยไม่ต้องใช้รีโมทTVกดรับ และ น่าจะเป็นความง่ายของAndroidที่streamผ่านDLNA ไปออกจอได้ง่ายเกินไป ทำไงละ ? Android pre-installed app ที่stream ขึ้นทีวีได้เลย  นั่นก็สามารถทำได้  IOS หรือ Android ก็stream ภาพและวีดีโอขึ้น Smart TV ได้ ล้วนๆ มีแต่App Pre-installed เท่านั้นที่ไม่ต้องรับAuthorizedจากทีวีก่อน และ DLNA ทำงานได้ต่อเมื่อภายใต้เงื่อนไข ทุกเครื่องต้องอยู่ในวง WLAN เดียวกัน

Video สอนการใช้ All Share Tv ไม่ต้องตอบรับการstreamจากมือถือเลยด้วยซ้ำ

ศึกช่วงชิงความสนใจในการซื้อ iPad เริ่มขึ้นแล้ว โดยเป็นทาง dtac ที่ออกมาประกาศบน Facebook/Twitter แล้วว่าจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อ The new iPad ในวันที่ 24 เมษายนนี้ โดยปรกติแล้ว dtac จะใช้รูปแบบลูกค้าเก่ามาก่อน ซึ่งจะให้ลูกค้าของ dtac ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วค่อยทยอยไปรับเครื่องที่งานอย่างเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร ซึ่งรอบนี้ก็น่าจะออกมาในรูปแบบดังกล่าวด้วยเหมือนกัน

ส่วนราคาของ The new iPad จนถึงตอนนี้ยังไม่มีราคาทางการออกมาแต่ตามปรกติแล้วราคาก็น่าจะเท่ากับ iPad 2 ราคาเดิมนั่นเอง

ไม่ต้องลุ้นกันให้เหนื่อยอีกต่อไปสำหรับวันวางขาย The new iPad ในประเทศไทย เมื่อ Apple ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า The new iPad จะวางขายในหลายๆ ประเทศเพิ่มเติมในวันที่ 20 เมษายนนี้ และไทยเองก็มีชื่ออยู่ในประเทศที่จะวางขายวันที่ 27 เมษายนนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับรายชื่อประเทศที่วางขาย The new iPad วัยที่ 20 เมษายนนี้ได้แก่ บรูไน, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เอล ซาลวาดอร์, กัวเตมาลา, มาเลเซีย, ปานามา, เซนต์ มาร์เต็น, อุรุกวัย, และเวเนซุเอลา ส่วนประเทศที่จะวางขาย The new iPad ในวันที่ 27 เมษายนนี้ได้แก่ โคลอมเบีย, เอสโตเนีย, อินเดีย, อิสราเอล, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, มอนเตรเนโกร, แอฟริกาใต้, และไทย

งานนี้เก็บเงินรอสถานเดียว!

ในที่สุด หนึ่งในเวอร์ชั่นของระบบแฏิบัติการ Windows ที่เรียกได้ว่าเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ที่สุดตัวนึงของวงการ อย่าง Windows Vista ก็ได้หลุดจาก “mainstream support” หรือก็คือไม่มีการสนับสนุนแบบเป็นหลักอีกต่อไปแล้ว ผู้ใช้งานจะยังคงสามารถใช้งานต่อไปได้เรื่อยๆ และสามารถทำการอัพเดทระบบความปลอดภัยต่างๆได้ต่อไป แต่จะไม่มีการสนับสนุน หรือรองรับการแก้ปัญหาต่างๆอีกต่อไป จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อเสียค่าบริการสำหรับการแก้สิ่งต่างๆเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบั๊ก หรือว่าแพทช์ต่างๆ

จริงๆแล้วจะเรียกว่านี้เป็นช่วงยืดเวลาสนับสนุน หรือช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะว่าจะยังไม่ได้ใช่การลอยแพซะทีเดียว แต่แค่ไม่สนับสนุนในการแก้ปัญหาบางอย่างแล้วเท่านั้น แต่กับ Windows XP ที่เรารู้จักกันดี จะเลิกสนับสนุนในทุกๆรูปแบบ รวมถึงด้านความปลอดภัยต่างๆด้วยในปี 2014 ที่กำลังจะมาถึงนี้

ผมเชื่อว่าทุกคน รัก และผูกพันกับ Windows XP เป็นแน่แท้ เราจะเปิดสกู๊บพิเศษ เพื่อชาว XP โดยเฉพาะ

ล่าสุด ในรูปที่Twitter  @indsm  ในChat ทางCall Center ของทรุเองบอกว่า  TrueMove ให้บริการ 3G ถึง 31 พ.ค.นี้ หลังจากนั้นใครจะใช้ 3G ต้องไป TrueMoveH นั่นแปลว่าถ้าใครอยากจะใช้3G ผ่านเครือข่าย TrueMove จะไม่สามารถใช้งาน3G ได้หลัง 31 พ.ค.นี้ True Move  จะยุติการให้ บริการ3G แต่คุณต้องไปเพิ่งTrue Move Hแทนถ้าอยากใช้3G ครับ :) นี่เป็นอีกช่องทางในการย้ายผู้ใช้บริการของทางทรูมูฟหรือลูกค้าที่ใช้อยู่หันให้ไปใช้True Move H นั่นเอง สำหรับใครที่ใช้ทรูมุฟอยู่อาจจะต้องย้ายเครือข่ายหรือว่าอะไรทางทรูคงจะออกมาชี้แจงรายละเอียดให้ทราบแน่นอนครับ เพราะTrue Move H กับทรูมูฟคนละเครือข่ายกันครับ นั่นแปลTrue Move  อาจจะให้บริการแค่2G แต่ถ้าอยากใช้3G ก็ต้องไปทรูเฮชละครับ

เป็นการเจรจาซื้อกิจการที่ไม่มีข่าวเล็ดลอดออกมาเลยสำหรับดีลระหว่าง Facebook เข้าซื้อ Instagram แอพฯถ่ายรูปแชร์รูปบน iPhone ที่เพิ่งเปิดตัวเวอร์ชั่น Android ไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยการเข้าซื้อครั้งนี้ Facebook ยอมจ่ายทั้งเงินและหุ้นเป็นมูลค่ามากถึง $1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 30,000 ล้านบาท)

Mark Zukerberg ได้ประกาศด้วยตนเองผ่านหน้าวอลของเขาว่าตอนนี้ Facebook ของเขาได้เจรจาซื้อ Instagram ได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยทาง Kevin Systrom ซีอีโอของ Instagram ก็ได้ประกาศผ่าน Blog เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกันว่าได้ขาย Instagram ให้กับ Facebook แล้ว โดยทีมงานของ Instagram ทั้ง 6 คนจะเข้าไปทำงานใน Facebook ไม่ได้ลอยแพแอพฯไปไหน ซึ่งต่อจากนี้ก็ยังจะมีอัพเดทใหม่ออกมาอยู่เรื่อย ๆ เหมือนเดิม

ด้าน Mark Zukerberg บอกว่าการซื้อครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญของ Facebook เลยทีเดียว เพราะเป็นการเจรจาซื้อกิจการครั้งแรกของบริษัท สำหรับมูลค่าซื้อขายครั้งนี้ตามข่าวแล้วทาง Facebook จ่ายทั้งเงินและหุ้นรวมเป็นมูลค่ารวม $1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 30,000 ล้านบาท)

เป็นเคสที่แปลกประหลาดดีเหมือนกันกับการที่ Evelyn Paswall หญิงวัย 83 (น่าจะเรียกว่าคุณยายมากกว่า) ได้ฟ้องร้อง Apple หลังจากที่เธอเดินไปชนกระจกที่ Apple Store Manhassett เข้าอย่างจังจนมีผลทำให้จมูกของเธอหัก ซึ่งเธอได้เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน $75,000 และยังเรียกร้องค่าเสียหายจากการไม่เอาใจใส่ลูกค้าจนทำให้ได้รับบาดเจ็บรวมแล้วเป็นเงินกว่าหนึ่งล้านเหรียญหรือตกเป็นเงินไทยกว่า 30 ล้านบาท!

สิ่งที่ทางทนายของ Evelyn Paswall พอจะเอามาเรียกร้องค่ายเสียหายได้ได้ก็คือการบอกว่าทาง Apple Store ไม่ได้มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายใดๆ บ่งบอกเลยว่าส่วนไหนเป็นกระจกที่เดินผ่านไม่ได้และส่วนไหนเป็นประตู ซึ่งที่ Apple Store สาขาดังกล่าวตรงส่วนด้านหน้าเป็นกระจกทั้งหมดและมีเพียงช่องตรงกลางที่เป็นประตูกระจกที่สามารถเปิดเข้าไปได้ โดยทนายของคุณยายดังกล่าวยังแถต่อไปได้อีกว่า ตาของคุณยายแกยังดีอยู่ เพียงแต่แกมองไม่เห็นกระจกเพราะมันใสเกินก็เท่านั้น

แม่แอดมิน 50 สายตาก็ไม่ดีอยู่แล้ว คิดอะไรกับคนอายุ 83 ละครับ

%d bloggers like this: