Category: Android


หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy S III มีหลายๆ คนออกมาบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่ารูปร่างหน้าตาของมันแลดูจะไม่ค่อยสวยเท่าไร ไม่โดนใจ บางคนก็ถึงขั้นไม่ชอบกันเลยก็มี ซึ่งต้นตอการออกแบบเช่นนั้นล้วนมีที่มาครับ ที่มาที่ว่านั้นก็คือเป็นการออกแบบที่อิงตามหลักกฏหมายเป๊ะๆ เลยก็ว่าได้

ถ้าจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Apple เคยฟ้อง Samsung ในประเด็นที่ Samsung Galaxy S มีดีไซน์หลายๆ อย่างที่คล้ายกับ iPhone ซึ่งก็ยังเป็นคดีฟ้องร้องต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่ง Samsung นั้นก็จำต้องปรับรูปแบบการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ของตนด้วย อาจจะเนื่องมาจากการที่ Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Samsung ในส่วนของการผลิตชิปประมวลผล, แรม, หน่วยความจำ, หน้าจอ รวมถึงอีกหลายๆ ชิ้นส่วนที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Apple ซึ่งทำรายได้ให้กับ Samsung มหาศาล ทำให้ Samsung ก็คงไม่อยากจะผิดใจกับ Apple เท่าไรนัก

ทำให้ในการออกแบบ Samsung Galaxy S III นี้ นอกจากทีมออกแบบจะมีรายการของสิ่งที่ต้องทำแล้ว ยังจะต้องมีรายการสิ่งที่ห้ามทำ ห้ามออกแบบด้วย เพื่อไม่ให้ไปชนกับข้อกล่าวหาที่ Apple เคยฟ้องร้องมาก่อนหน้านี้ เอาเป็นว่าเรามาดูกันทีละข้อเลยแล้วกัน

1. รูปร่างของผลิตภัณฑ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

not-a-rectangle_thumb

จากในรูปให้ดูที่กรอบสีแดงนะครับ ซึ่ง Samsung Galaxy S III ก็ไม่ได้มีรูปร่างแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าจริง เพราะสังเกตจากตรงคำว่า Curving Here ที่แสดงให้เห็นว่ากรอบของตัวเครื่องเริ่มเว้าเข้าไปแล้ว ไม่ได้เป็นแท่งตรงขึ้นมา จึงทำให้รูปร่างของเครื่องไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างที่ Apple เคยกล่าวหาอีกต่อไป

2. มุมทั้งสี่ของเครื่องกลมมนและมีลักษณะเหมือนกัน

corners_thumb

จากในรูปเป็นการจับมุมซ้ายบน(เส้นสีน้ำเงิน) และมุมซ้ายล่าง (เส้นสีแดง) ของ Samsung Galaxy S III มาเทียบกัน จะเห็นได้ว่าลักษณะของมุมเครื่องมีความต่างกันอย่างชัดเจน จึงรอดจากข้อกล่าวหานี้ไปได้อีกเช่นกัน

3. มีกรอบสีดำล้อมรอบส่วนของหน้าจอรอบด้าน

notblack_thumb

ข้อนี้ Samsung ก็จัดการด้วยการออกแบบมาให้จอของเครื่องมีกรอบสีขาวและสีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีของตัวเครื่องล้อมรอบจอแทน จึงเป็นการเลี่ยงข้อห้ามไปได้อย่างไม่มีปัญหา

4. บริเวณกรอบสีดำของจอทั้งด้านบนและล่างมีความสูงเท่ากัน

GSIIImeasurements_thumb

ก็สังเกตได้จากภาพด้านบนอีกเช่นกัน จะเห็นได้ว่าความสูงจากขอบเครื่องถึงขอบจอทั้งด้านบนและล่างมีขนาดที่ไม่เท่ากัน และที่สำคัญ คือมันไม่ได้มีสีดำดังเช่นที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อ 3 อีกด้วย

5. มีกรอบโลหะล้อมรอบขอบเครื่องส่วนหน้า

samsung_Galaxy_S-vs-iphone-3gs

ถ้าให้เทียบเครื่องที่มีกรอบโลหะล้อมรอบส่วนหน้าที่เห็นได้ชัดสุดก็คือ iPhone 3GS ลงมาเลยครับ ที่รอบตัวเครื่องส่วนหน้าจะมาพร้อมกับขอบโลหะทั้ง 4 ด้าน ส่วนตัว Samsung Galaxy S III เองนั้นก็ยังคงมีขอบโลหะอยู่ แต่ก็ไม่ได้เด่นชัดขึ้นมาแบบ iPhone หรือ Samsung Galaxy S ที่เคยมีปัญหากันมา

6. ไอคอนของแอพมีกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขอบมนล้อมรอบ

not-rounded-icons_thumb

ปัญหานี้ Samsung ได้แก้ไขไปตั้งแต่ไอคอนแอพใน Samsung Galaxy S II แล้ว  ส่วนใน S III นั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร แถมไอคอนส่วนใหญ่จะใช้ของ Google มาเลยตรงๆ อีกด้วย เช่น ไอคอนของ Play Store, Talk เป็นต้น

7. แถบไอคอนแถวล่างจะยึดอยู่ตายตัวตลอด ไม่เปลี่ยนไปแม้จะเลื่อนหน้าแอพไป

no-dock_thumb

จากใน S และ S II เวลาเข้าหน้า app drawer จะเห็นว่าแถบไอคอนด้านล่างสุด 4 อัน คือ Phone, Contacts, Messaging และ Home จะถูกตรึงอยู่กับที่ตลอดเวลา เหมือนกับใน iOS แต่ใน S III จะไม่มีแถบนี้ขึ้นมาในหน้า app drawer อีกแล้ว จะมีก็แต่ในหน้า Home เท่านั้น

จาก 7 ข้อที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่า Samsung Galaxy S III เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาถูกตามหลักกฏหมายเกือบ 100% เลยทีเดียว ทำให้ Apple แทบจะหาช่องฟ้อง Samsung Galaxy S III ไม่ได้อย่างที่เคยเป็นแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่ Samsung ยอมอ่อนข้อลงบ้าง แต่ก็อาจแลกมาด้วยรูปแบบดีไซน์ที่แปลกตาไปซักนิดละนะ

ข่าวการเข้าซื้อ Instagram โดย Facebook นั้นสร้างผลกระทบที่หลายๆ คนอาจจะนึกไม่ถึงเท่าไร หนึ่งในนั้นคือการที่ Jack Dorsey ผู้ก่อตั้งร่วมของ Twitter ได้เลิกใช้งาน Instagram เนื่องจากอาจจะแอบเซ็งที่ Facebook ตัดหน้า Twitter ด้วยการทุ่มซื้อ Instagram ไปเสียก่อน ส่วนอีกคนที่เพิ่งจะเลิกใช้งาน Instagram ไปหมาดๆ ก็คือ Phil Schiller รองประธานบริหารด้านการตลาดของ Apple ด้วยเหตุผลที่น่าจะพอเดากันได้… “Android”

Phil Schiller ได้ทำการลบ Account Instagram ของเขาทิ้ง ประมาณว่าเลิกเล่นไปเลยหลังจากที่ Instagram ได้ออกตัวแอพเวอร์ชั่นสำหรับ Android Phone ได้ไม่นาน โดยเมื่อมีผู้สอบถามไปยัง Twitter ของเขาผ่านทาง Direct Message ว่าทำไมหรือเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ก็ได้คำตอบกลับมาว่า

“มันดูไม่ค่อยเจ๋งแล้ว เพราะมันไปลง Android”

เรื่องนี้ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์และดราม่ากันต่างๆ นานา เพราะก่อนหน้านี้เคยมีข่าวที่ว่าผู้ใช้งาน iOS แอบแขวะผู้ใช้งาน Android เกี่ยวกับเรื่อง Instagram ต่างๆ อารมณ์เหมือนแบ่งแยกชนชั้นซึ่งดูไร้สาระมาก แต่การที่ Phil Schiller ออกมาตอบแบบนี้ก็เหมือนจะเป็นการโหมกระแสเข้าไปอีกหน่อยให้ดูเข้มข้นขึ้น จึงมีแฟนๆ จากเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศทำการส่งอีเมล์ไปถามทาง Phil Schiller โดยตรงว่าทำไมถึงตอบออกมาเช่นนี้ ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาล่าสุดว่า

“Instagram เป็นแอพและสังคมที่เจ๋งมาก นั่นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”

“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเคยชอบมาก คือการที่มันเคยเป็นสังคมเล็กๆ ของการแบ่งปันภาพแบบใหม่”

“ตอนนี้มันเติบโตขึ้นมากและสัดส่วนของปริมาณต่อคุณภาพก็เปลี่ยนไป”

“มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะดีหรือไม่ดี เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยสนุกด้วยอีกแล้ว”

ดูจากคำตอบแล้วก็ดูเหมือนว่าเป็นมุมมองที่มีจุดยืนพอสมควรจาก Phil Schiller ซึ่งเขาอาจจะมองว่าผู้ใช้งาน Instagram นั้นเยอะเกินไป และรูปที่มีตอนนี้ก็เริ่มไม่เจ๋งเท่าเมื่อก่อนแล้ว เลยเลิกเล่นไปเลยอะไรแบบนั้น ซึ่งก็น่าจะมีส่วนเล็กๆ ที่มาจากการที่ Instagram พอร์ทไปลง Android ด้วย โดยแน่นอนว่าพอเป็นคำพูดที่มาจากคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทคู่แข่งของ Google อย่าง Apple ก็ก่อให้เกิดเป็นกระแสข่าวว่าทั้งสองบริษัทนั้นเกลียดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นสำหรับผู้ใช้งาน Instagram ในบ้านเราไม่ต้องไปคิดลึกคิดอะไรมากเท่าไรเพราะ Social Media ที่เกิดมาใหม่ๆ นั้นจะมีช่วงพิสูจน์ตัวเองอยู่แล้วว่าจะดีจริงและเจ๋งพอที่จะอยู่รอดต่อไปได้รึเปล่า ส่วนกรณี iOS ปะทะ Android นั้นทางต่างประเทศเขาเล่นเรื่องนี้กันเยอะเหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่าคนไทยเรา (โดยเฉพาะที่ติดตามเว็บนี้ ^^) ไม่น่าจะมีคนเสียเวลาไปกับเรื่องเปรียบเทียบคนใช้ iPhone กับ Android ซักเท่าไหร่ โดยผมคิดว่าเราน่าจะยิ่งดีใจเสียด้วยซ้ำที่จะมีเพื่อนๆ ทั้งหลายที่ใช้งาน Android อยู่เข้ามาร่วมแชร์ร่วมคอมเม้นท์รูปภาพสวยๆ บน Instagram ไปด้วยกันได้ซักที เอาเป็นว่าเล่นให้สนุก อย่าคิดมากครับ


สรุปภาพโป๊กลางสภาเกิดได้โดย “เทคโนโลยี DLNA (Digital Living Network Alliance)  เฟิร์มแวร์รุ่นใหม่เปลี่ยนคอนเซ็ปท์ให้”มือถือ”ตัดสินใจส่งภาพได้โดยไม่ต้องใช้รีโมทTVกดรับ และ น่าจะเป็นความง่ายของAndroidที่streamผ่านDLNA ไปออกจอได้ง่ายเกินไป ทำไงละ ? Android pre-installed app ที่stream ขึ้นทีวีได้เลย  นั่นก็สามารถทำได้  IOS หรือ Android ก็stream ภาพและวีดีโอขึ้น Smart TV ได้ ล้วนๆ มีแต่App Pre-installed เท่านั้นที่ไม่ต้องรับAuthorizedจากทีวีก่อน และ DLNA ทำงานได้ต่อเมื่อภายใต้เงื่อนไข ทุกเครื่องต้องอยู่ในวง WLAN เดียวกัน

Video สอนการใช้ All Share Tv ไม่ต้องตอบรับการstreamจากมือถือเลยด้วยซ้ำ

หลังจากที่ instagram ลง Android ไปเรียบร้อบเเล้วเมื่อวานนี้ ก็ได้เกิดการเเสดงความคิดเห็นจากผู้ใช้ iPhone ที่เคยเเต่มี instagram ไว้ใช้งานก่อนหน้านี้เพียงเเพลตฟอร์มเดียวไปในทำนองเเง่ลบ ถึงเเม้ผู้ใช้งาน Android หรือผู้เลือกซื้อบางเครื่องจะได้ประโยชน์เพราะมีมือถือให้เลือกซื้อมากรุ่นขึ้นถ้่าต้องการเล่น instagram ก็ตาม

ความเห็นเป็นไปในทำนองที่ว่า instagram นั้นเป็นสังคมเเชร์รูปภาพที่อยู่เฉพาะ iPhone เท่านั้นทำให้เป็นการกลั่นกรอง “สถานะทางสังคม” ของคนระดับหนึ่งเนื่องจากราคาของ iPhone นั้นสูงกว่ามือถือเเบรนด์อื่นๆ ทำให้กลุ่มผู้ใช้ iPhone ที่เล่น instagram บางคนมองว่าเป็น “กลุ่มพิเศษ” การที่ Instragram มาลง Android นั้นทำให้ความพิเศษนั้นหายไป บางคนถึงกับเเสดงออกเลยว่าถ้าใครใช้ instagram for Android อย่างมา follow ตัวเองเลยก็มี หรือให้เหตุผลว่ารูปใน instagram นั้นสวยเพราะใช้กล้องของ iPhone ถ่าย การที่มี Android เข้ามารวมด้วยจะทำให้รูปภาพนั้นคุณภาพต่ำลง

4-4-2555 11-49-54

อย่า Follow Instagram ฉันถ้าคุณใช้ Android ยี้

4-4-2555 11-50-10

แหวะ!! ไมพวกใช้ Android ได้ใช้ Instagram กันแล้ววะ

4-4-2555 11-50-25

หยึยย ไม่อยากเห็นพวกแอนดรอยด์มาอยู่บน Instagram เล้ยย อยากให้เป็นสำหรับพวก Apple

4-4-2555 11-50-44

คนใช้ Android มี Instagram แล้ว หยี มันเป็นสิ่งเดียวที่ iPhone ต่างจาก Android

4-4-2555 11-53-34

ผมรู้สึกขยะแขยงเมื่อพวกใช้ Android สามารถ Follow ฉันบน Instagram ได้

4-4-2555 11-53-51

หยี.. พวกใช้ Android เล่น Instagram ได้แล้ว ไม่รู้สึกเป็นคนพิเศษเลย

4-4-2555 11-54-13

ไปที่ Instagram แล้วค้นหาคำว่า #Android แล้วดูรูป__

4-4-2555 11-54-38

ถึงผู้ใช้ Android อย่า Follow Instagram ฉันนะคะ

ถ้าใครอยากลองอ่านเวอร์ชันภาษาไทยดู ลองดูที่ Pantip มีลักษณะคล้ายๆ กัน เเต่ไม่รู้กระทู้จะโดนอุ้มเมื่อไรนะครับ

สงครามยุคใหม่ในซิลิคอนวัลเลย์คือการแข่งกันไล่ฟ้องชาวบ้าน โดยใครเบ่งพลังโชว์พาวได้มากสุดก็ชนะไป ใครแพ้สู้ไม่ได้ ก็ต้องไปหาแรร์ไอเทม ด้วยการแย่งซื้อสิทธิบัตรบริษัทที่กำลังจะเจ๊งมาเป็นอาวุธ แล้วก็เอาไปไล่ฟ้องชาวบ้านกลับ

กงกรรมกงเกวียนในซิลิคอนวัลเลย์ยุค 2010’s เป็นดังนี้

  • Apple
    • ตัวละครเอกของงานนี้ เพราะไล่ฟ้องชาวบ้านมากที่สุด แทบทุกบริษัทมือถือโดนพลังดาบ Multi-touch และสิทธิบัตรอื่นๆ ทิ่มแทง ไม่ว่าจะเป็น Motorola, Samsung, HTC, HP/Palm, Amazon, Verizon โดนฟ้องเรียบ
    • ซึ่งแน่นอนว่าแทบทุกรายก็ฟ้องแอปเปิลกลับคืน (ด้วยขอหาอะไรก็ช่างเถอะ แต่ตรูจะฟ้อง)
    • Apple ฟ้อง HTC เรื่อง Android ทำให้ Google ต้องขี่ม้าขาวมาปกป้อง ก็เลยโดนหางเลขไปด้วย
    • ส่วนที่ตลกคือ Microsoft ฟ้อง Apple ว่าละเมิดชื่อ App Store แต่ Apple ไม่รู้จะฟ้องอะไรกลับเพราะ Windows Phone ยังด๋อยอยู่
  • Microsoft
    • พระรองที่ไล่ฟ้องชาวบ้านแหลกไม่แพ้ Apple เพราะมีดาบในมืออยู่หลายเล่ม โดยกลุ่มผู้ผลิต Android เป็นเป้าเช่นเดิม ทั้ง Barnes & Noble, HTC รวมไปถึงผู้ผลิตอย่าง Foxconn ก็โดนด้วย
    • ส่วนสงครามกับ Google ก็มีฟ้องไปหลายเรื่อง แต่ Google ที่มีดาบน้อย เลยฟ้องกลับแค่เรื่องSearch Engine
  • Google
    • รับบทน้องเล็กโดนรังแก เนื่องจากเป็นน้องเล็กแต่โตจะแซงพวกพี่ใหญ่ ก็เลยโดนพี่เปิ้ลกับพี่ไมค์ฟ้องซะหลายดอก
    • แต่ที่โดนหนักสุดเห็นจะเป็นเรื่อง Java ที่ Oracle กัดไม่ปล่อย และมีแววจะแพ้ซะด้วยสิ
  • Oracle
    • ตัวร้าย ที่ไปเจอขุมทรัพย์ว่า Android มีโค้ดละเมิด Java อยู่ ทีแรกจะระเบิดพลังไล่ฟ้องผู้ผลิต Android ทั้งหมด แต่สงสัยเห็น Apple กำลังสนุกมือ เลยลุยฟ้องตัวแม่คือ Google แทน
    • เท่านั้นยังไม่พอ ยังไปฟ้อง Starbucks ข้อหาทำเมนูไอศครีม Java Chip Frappucino อย่างนี้มันต้องฟ้องให้เข็ด (April’s Fool)
  • Nokia
    • โดดเดี่ยว ไม่มีใครฟ้องและไม่รู้จะฟ้องใคร
    • เพราะตอนนี้บริษัทตรูก็ไม่มีอะไรจะไปสู้ชาวบ้านแล้วโว้ยยยยยย T___T

หลังจากมีข้อมูลของ Galaxy S III ออกมาเป็นระยะเเล้ว พร้อมกับข่าวที่ค่อนข้างยืนยันตรงกันว่าจะใช้วัสดุเเบบเซรามิค ดูเเล้วเหมือนของจริงที่อาจจะมาจาก Samsung ได้มากขึ้ัน

sgs-3-final-design-1

เมื่อสังเกตจากวันที่เราจะเห็นว่ามีวันที่ 22 มีนาคม 2012 อยู่ในปฏิทิน ซึ่งเป็นไปได้ว่ารูปนี้จะถูกใช้ในงานเปิดตัวหรือหมายเชิญสื่อมวลชน เเต่ก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่าตัวอักษรบริเวณ Widget นั้นมีขนาดใหญ่ไม่สมส่วนเท่าไรนัก รวมไปถึงส่วนไอคอนบริเวณ Notification ด้านบนเเละไอคอนด้านล่างนั้นยังเป็นเเบบ Ice Cream Sandwich เเบบดั้งเดิมอยู่ ซึ่งปกติเเล้วทาง Samsung จะทำการเปลี่ยนไอคอนเหล่านี้ให้เหมือนกับที่ใช้ใน TouchWiz อย่าง Galaxy Tab ที่เปลี่ยนปุ่ม Navigation ด้านล่างให้ต่างไปจากของเดิม

สำหรับสเปคนั้น Galaxy S III ว่าจะมากับหน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว หน้าจอ Super AMOLED เเละ Exynos ชนิดใหม่ มากับ Android 4.0 Ice Cream Sandwich เเละสนับสนุน 4G ด้วยในตัว

วิธีลดการใช้พลังงาน มือถือ และแท็บเล็ต Android ไม่หมดเร็ว และใช้ได้ตลอดวัน

ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน Android หลายๆ คนคงเคยประสบกับปัญหาแบตเตอรี่หมดไว หรือยังใช้ไม่ครบวัน แต่แบตก็หมดซะก่อนพอดีได้ไปอ่านบทความดีๆ อยากเอามาแบ่งให้แฟนๆ TechXcite.com ได้ทราบกันครับ เผื่อว่าใครยังไม่ทราบ จะได้ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ของผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต Android นำไปลองใช้ดู คาดว่าจะเป็นประโยชน์ และน่าสนใจดีครับ ลองไปชมกันครับ กับวิธีทำให้แบตมือถือ หรือแท็บเล็ต Android ไม่หมดเร็ว
15 วิธีประหยัดแบต มือถือ และแท็บเล็ต Android

1. ไม่ได้ใช้ Bluetooth จะเปิดทำไม
บ่อยครั้งเลยครับ ที่ผมเห็นเพื่อนๆ ชอบเปิด Bluetooth ทิ้งไว้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับชุดหูฟังไร้สาย หรือว่ากำลังส่งข้อมูลใดๆ อยู่ ทางที่ดีปิด Bluetooth ทุกครั้งที่ไม่ใช้จะดีกว่าครับ ประหยัดแบตกันดีกว่า

2. ปิด “Use wireless networks” ระบุตำแหน่ง
การเปิด My Location เพื่อระบุตำแหน่งของคุณ ถึงแม้ว่าจะสิ้นเปลืองแบตเตอรี่น้อยกว่าการใช้ GPS แต่ก็ยังทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากอยู่ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยเปิดจะดีกว่าครับ สามารถเข้าไปปิดได้ที่ Setting > Location and Security > Use wireless networks

3. ปิด GPS จอมเขมือบแบต
นี่เป็นอีกฟังค์ชั่นนึงที่กินแบตโหดมากเลยครับ เพราะว่า การเปิด “Use GPS satellites” ไว้จะให้มือถือของเราทำการหาสัญญาน GPS อยู่ตลอดเวลา ทางที่ดีเปิดเมื่อจะใช้ดีกว่าครับ เข้าไปปิดได้ที่นี่เลย Setting > Location and Security > Use GPS satellies

4. เปิด Wi-Fi ไว้ตลอดดีหรือเปล่าหนอ
หากว่าคุณอยู่ในที่ๆ มีสัญญาน Wi-Fi ให้ใช้ คุณควรจะปิด 3G ครับ เพราะว่าการใช้ 3G นั้นจะสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการใช้ Wi-Fi นั่นเอง ดังนั้นถ้าหากว่าคุณอยู่ในที่ๆ มี Wi-Fi ให้ใช้ ก็ควรปิด 3G ครับ โดยเข้าไปตามนี้ครับ Setting > Wireless and networks > Mobile Networks > Networks Mode > เลือกเป็น GSM only ครับ หากต้องการเปิด 3G ก็มาเลือกเป็น Auto Mode ก็ได้ครับ

5. ยกเลิก Always-On Mobile Data
ยกเลิก Always-On Mobile Data ปกติที่ดีฟอลท์ตัวเลือก Always-On Mobile Data ของ Android Phone จะถูกตั้งให้เปิด (On) การทำงานไว้ ซึ่งตัวเลือกนี้จะเปิดโอกาสให้มือถือของคุณเชื่อมต่อข้อมูลได้ตลอดเวลา แต่มันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ? เพราะความจริงแม้ผู้ใช้จะยกเลิกการทำงานนี้ไปแล้ว คุณก็ยังสามารถพุช Gmail ได้ตลอดจน app หลายๆ ตัวก็ยังคงสามารถอัพเดตได้โดยอัตโนมัติ (ยกเว้น app บางตัวที่ต้องเชื่อมต่อเน็ตตลอดเวลา) การยกเลิกการทำงานของตัวเลือกนี้จึงเป็นไอเดียประหยัดแบตฯที่ไม่เลย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีแอพฯหลายตัวที่ต้องเชื่อมต่อเน็ตตามปกติ การยกเลิกตัวเลือก Always-On Mobile Data ก็อาจจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก เนื่องจากการเปิด/ปิดการเชื่อมต่อข้อมูลบ่อยๆ จะใช้ไฟจากแบตฯมากกว่าการเปิดตลอดเสียอีก สำหรับการยกเลิกตัวเลือก Always-On Mobile Data สามารถทำได้โดยแตะที่ Settings > Wireless & Networks > Mobile networks > Enable always-on mobile data

6. ลดความสว่างหน้าจอ Screen Brightness
การปรับความสว่างหน้าจอให้สว่างสุดๆ ถึงจะดูสวย และทำให้หน้าจอสดใสแล้ว มันยังกินแบตมากอีกด้วยครับ ยังไงลองปรับหน้าจอซัก 30% ดูก่อนครับ ถ้าหากว่ารับได้ หรือไม่ก็ปรับให้ลดลงจนไม่ทำให้อ่านอะไรไม่ออก หรือมองไม่เห็น จะลดการสิ้นเปลืองพลังงานที่ดีได้อีกทางหนึ่งครับ

7. ใช้ Wallpaper แบบธรรมดาแทน Live Wallpaper

บางคนอาจบอกว่า ใช้ Android ทั้งที ก็อยากใช้ Live Wallpaper ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของมือถือ Android แต่คุณทราบมั้ยว่า เจ้า Live Wallpaper ดุ๊กดิ๊กๆ นี้แหละครับ ตัวสูบแบตเตอรี่ตัวดีเลยครับ ลองเปลี่ยนมาใช้ Wallpaper สวยๆ นิ่งๆ ก็ช่วยประหยัดแบตได้มากเลยครับ

8. สำหรับจอ AMOLED ให้เลือก Wallpaper โทนมืดๆ หน่อย

หากคุณเป็นเจ้าของมือถือที่มีหน้าจอพวก AMOLED อย่างเช่น Smart Phone ของ Samsung รุ่นต่างๆ การเลือก Wallpaper โทนสีดำๆ มืดๆ หน่อย จะช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้ เนื่องจากแต่ละพิกเซลของหน้าจอ AMOLED จะใช้การเปล่งแสงด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องใช้แสงแบคไลท์ และเมื่อพิกเซลของจอแสดงผลชนิดนี้ปิดตัวลงก็จะให้สีดำทีมึดสนิท

9. ใช้พวก Power Widget เปิด/ปิด การเชื่อมต่อต่างๆ

ควรติดตั้ง Power Widget ต่างๆ เอาไว้ที่หน้าจอ เพื่อเปิดปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ที่กินไฟ เช่น GPS, Wi-Fi, Bluetooth หรือ ความสว่างหน้าจอ เอาไว้ที่หน้าจอเพื่อจะได้สามารถเปิดปิดฟีเจอร์หลักๆ ที่กินไฟมากได้อย่างสะดวก

10. แอพฯสตรีมมิ่งตัวสวาปามแบตเตอรี่

แอพพลิเคชันประเภทที่ต้องมีการสตรีม หรือดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น YouTube ทำให้มือถือ Android ของคุณจะต้องเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย (Wi-Fi, หรือ 3G) ตลอดเวลา เพื่อโหลดข้อมูลทั้ง audio และ video หากแบตคุณใกล้หมด แนะนำว่าอย่าเปิดแอพแนวนี้ครับ

11. ดูว่าแอพไหนกินพลังงานเท่าไหร่ได้ยังไงนะ

โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากคุณสมบัติการทำงานที่มาพร้อมกับ Android ซึ่งมันสามารถบอกคุณได้อย่างค่อนข้างแม่นยำว่า ชิ้นส่วนการทำงานหลักๆ ของมือถือแต่ละส่วนใช้พลังานแบตเท่าไร? โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ Setting > About phone > Battery > Battery Use แอพไหนกินพลังงานเยอะ ก้จัดการกำจัดมันซะ ถ้าหากว่าแอพนั้นไม่ได้สำคัญกับคุณ

12. ยกเลิก Widget ที่ไม่ค่อยใช้งานออกจากหน้า Home 

Widget ที่เราตั้งไว้ที่หน้า Home ส่วนมากจะทำงานตลอดเวลา ยังไม่พอ บางตัวต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาด้วยครับ ดังนั้นหากว่าคุณมี Widget ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ ควรลบออกจากหน้าจอครับ จะได้มีแบตไว้ใช้นานๆ

13. ใช้โปรแกรม Task Manager 

การใช้แอพพวก Task Manager จะทำให้คุณสามารถดูได้ว่าตอนนี้มีแอพใดบ้างที่กำลังรันอยู่เบื้องหลัง และคุณสามารถใช้ตัว Task Manager นี้ปิดมันซะ เพื่อลดการกินพลังงานโดยไม่จำเป็น

14. หลีกเลี่ยงการวางโทรศัพท์ไว้ในที่อุณหภูมิสูง
หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า การวางมือถือของเราไว้ในที่ๆ อากาศร้อน หรือการวางไว้กลางแดดทำให้สิ้เปลืองพลังงานมาก ดังนั้นควรเก็บมือถือของท่านไว้ในที่อุณหภูมิปกติจะดีที่สุดครับ

15. ตั้งเวลาดับหน้าจอ
การตั้งเวลาหน้าจอให้นานเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้แบตมือถือของคุณหมดเร็วขึ้น ดังนั้นคุณควรตั้งเวลาเอาไว้ที่ 30 วินาที จะเป็นการประหยัดแบตเตอรี่ที่สุดครับ

ด้วยวิธีเหล่านี้ก็จะช่วยให้มือถือ หรือแท็บเล็ต Android ของคุณมีแบตเตอรี่ที่เยอะขึ้น และใช้งานได้ตลอดวันแล้วครับ

ในนี้มีการวิเคราะห์ส่วนตัวไว้เล็กๆ ด้วย ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Samsung-update-calendar-final

 

สเปคขั้นต่ำสำหรับ Samsung ที่จะได้รับอัพเดท Ice Cream Sandwich

ถ้าดูจากเครื่องที่ Samsung ประกาศออกมาเป็นทางการเเล้ว ตอนนี้มีเพียงสองเครื่องเท่านั้นคือ Samsung Galaxy S II เเละ Samsung Galaxy Note ซึ่งเป็นรุ่นระดับท็อปของ Samsung เท่านั้น ซึ่งสเปคนั้นก็อย่างที่เห็นว่าทั้งสองตัวใช้ Exynos 4210 ที่เป็น Dual Core จาก Samsung ทั้งคู่

ออกจะเป็นข่าวร้ายสำหรับคนถือรุ่นเก่าๆ โดยเฉพาะรุ่นกลางๆ ลงมาเพราะ  Samsung Galaxy S, Samsung Galaxy Tab 7, Samsung Galaxy S Plus, Samsung Galaxy S SCL (รุ่นที่ใช้จอ Super Clear LCD) และ Samsung Galaxy W จะได้สูงสุดที่ Android 2.3 Honeycomb

 

ความเสี่ยงของการซื้อเครื่องในตอนนี้

เเน่นอนว่าตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเหมือนกับในอดีตคือเหมือนสมัย Android 2.3 ออกมาใหม่ๆ ซึ่งก็มีบางเครื่องที่ตันที่ Android 2.2 จากเรื่องสเปคเช่นเดียวกัน เเต่ก็อย่างที่เราเห็นว่า Ice Cream Sandwich มีการเปลี่ยนเเปลงค่อนข้างเยอะ ดังนั้นย่อมมีความต้องการขั้นต่ำที่สูงกว่าเดิมเเน่นอน ดังนั้นการซื้อที่ปลอดความเสี่ยงในตอนนี้ก็คือรุ่นที่ Samsung ออกมาประกาศเเล้วว่าจะอัพเกรดให้ก็คือ Galaxy S II กับ Galaxy Note ส่วนรุ่นSamsung Galaxy S, Samsung Galaxy Tab 7, Samsung Galaxy S Plus, Samsung Galaxy S SCL (รุ่นที่ใช้จอ Super Clear LCD) และ Samsung Galaxy W ไม่ควรซื้อในตอนนี้ หากคุณอยากใช้ ICS

เเน่นอนคงตองมีคำถามว่าทำไมมือถือซีพียูคอร์เดียวอย่าง Nexus S ที่ทำโดย Samsung นั้นสามารถได้รับตัวอัพเดท ICS ทั้งๆ ที่ใช้สเปคเดียวกับ Galaxy S เเต่ไม่อยู่ในลิส ก็ต้องบอกว่าเนื่องจาก Nexus S นั้น Google เป็นคนจ้าง Samsung ผลิตฮาร์ดเเวร์ ส่วนซอฟเเวร์นั้น Google เป็นคนทำ เเถม Google ยังเป็นต้นน้ำของ Android อีกด้วย ซึ่งเครื่องตระกูล Nexus นั้น Google รับประกันอัพเดทให้ 2 ปีอยู่เเล้วตามนโยบายของซีรีย์ Nexus เช่นเดียวกับ Galaxy Nexus ที่ทำโดย Samsung ก็ตาม ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือเครื่อง Samsung Galaxy S นั้นติดมากับ UI ครอบอย่าง TouchWiz เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับ Android ของตัวเอง (ไม่ว่าจะอยากได้หรือเปล่าก็เถอะ) ดังนั้นส่วนใหญ่เเล้วจะกินทรัพยากรมากขึ้นเนื่องจากต่องใช้ตัวเเกนของ ICS เเล้วยังต้องบวกส่วนของตีม TouchWiz เข้าไปอีก ด้วยข้อจำกัดของ TouchWiz + ICS อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้เนื่องจ่ากพื้นที่ของรอมไม่พอนั่นเอง

รายชื่อของรุ่นต่างๆ ของ Samsung ประกาศอย่างเป็นทางการ ที่สามารถอัพเกรดหรือวางจำหน่ายพร้อม ICS

เครื่อง Samsung ที่วางขายพร้อมกับ ICS มาเลย

Google Galaxy Nexus (Pure Google)
Samsung Galaxy Tab 2 (ยังไม่วางจำหน่าย)

เครื่อง Samsung ที่อัพเกรดเป็น ICS ได้ในไตรมาส 1 นี้

Samsung Galaxy Note
Samsung Galaxy S II

เครื่อง Samsung ที่อัพเกรดเป็น ICS ได้

Samsung Galaxy R
Samsung Galaxy Tab 10.1
Samsung Galaxy Tab 8.9
Samsung Galaxy Tab 7.7
Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus

Google Nexus S (Pure Google)

เครื่อง Samsung ที่ไม่สามารถอัพเกรดเป็น ICS ได้

Samsung Galaxy S
Samsung Galaxy Tab 7
Samsung Galaxy S Plus
Samsung Galaxy S SCL (รุ่นที่ใช้จอ Super Clear LCD)
Samsung Galaxy W

 

สรุป

การเลือกซื้อมือถือในตอนนี้ ควรจะเลือกตัวที่สามารถอัพเกรดเป็น ICS ได้เนื่องจากเป็นเวอร์ชัน Android ที่ปรับปรุงในเรื่องประสิทธิภาพเเละประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นหลายๆ อย่าง เเละการเลือกซื้อเครื่องรุ่นที่ไม่สามารถอัพเกรดเป็น ICS ได้ในตอนนี้ถือว่าเป็นเครื่องที่ใกล้จะตกรุ่นเนื่องจากมีฮาร์ดเเวร์ที่เก่า ไม่รองรับการใช้งานในอนาคตอีกด้วย

สำหรับบางคนอาจจะรอในช่วงงาน MWC ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่น่าจะมีการประกาศตัวมือถือใหม่ๆ จาก Samsung ที่มาพร้อมกับ ICS เลยก็เป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งก็มีข่าวว่า Samsung อาจจะจัดงานเปิดตัวเป็นของตัวเองต่างหากเหมือนกับที่ Apple ทำ ซึ่งระยะเวลาก็ใกล้เข้ามาเเล้วเเต่ยังไม่สามารถกำหนดวันเวลาที่ชัดเจนได้ จนกว่าทาง Samsung จะออกมา เเต่รับรองว่างานมีในเร็วๆ นี้เเน่นอนเพราะ Samsung ยังไม่ได้ประกาศสมาร์ทโฟน Android ใหม่ที่เป็น ICS  ในปี 2012 นี้เลย

 

 

ในที่สุด Samsung Galaxy S II ก็ได้ฤกษ์กิน Ice Cream Sandwich จนได้ครับ แต่….เป็นในยุโรปก่อนนะ โดยข่าวนี้ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากเพจ Facebook ของ Samsung เองเลย ซึ่งประเทศกลุ่มแรกที่จะได้รับการอัพเดตก็คือ โปแลนด์, ฮังการีและสวีเดน ส่วนประเทศเกาหลีผู้ให้กำเนิดเองนั้น จะได้รับการอัพเดตตามมาในวันสองวันนี้ ส่วนไทยเราก็อาจต้องรอไปหน่อยนะครับ เพราะยังไม่มีประกาศออกมา

samsung-galaxy-s2-icsนอกจากนี้ยังมีข่าวดีของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรุ่นอื่นๆ ของ Samsung อีก ดังนี้

Samsung Galaxy Note, Samsung Galaxy S II LTE, Samsung Galaxy Tab 8.9 และ 10.1 จะได้รับการอัพเดตเป็น Ice Cream Sandwich ในเร็วๆนี้

ส่วน Samsung Galaxy S, Samsung Galaxy Tab 7, Samsung Galaxy S Plus, Samsung Galaxy S SCL (รุ่นที่ใช้จอ Super Clear LCD) และ Samsung Galaxy W จะได้รับการอัพเดตเป็น Android 2.3 (Gingerbread) อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ #น้ำตาซึม

นอกจากนี้อดีตรุ่นท็อปอย่าง Samsung Galaxy S จะได้รับการอัพเดต firmware เพื่อเพิ่มความสามารถอีกเล็กๆ น้อยให้ใกล้เคียงกับ Ice Cream Sandwich เช่น เพิ่มฟีเจอร์ปลดล็อกเครื่องด้วยการสแกนหน้าของผู้ใช้, Snapshot หน้าจอ, ตกแต่งรูปได้ในตัว และอื่นๆอีกหลายอย่างทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นรางวัลปลอบใจละนะ

samsung-s-ii-ics

Stan Shih ผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Acer Computer ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในตอนที่ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ United Daily News ของไต้หวัน ที่มีเนื้อความเกี่ยวกับ Apple และ Android จาก Google ว่าในอนาคตมีแววอุปกรณ์ Android ที่เป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จะมีอัตราการเติบโตทั่วโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ และแซงหน้าผู้นำตอนนี้อย่าง iOS จาก Apple ได้ในทีสุด นอกเหนือจากนั้นทาง Google ยังได้มีการร่วมมือกับ Intel จากการที่สามารถนำ Android ไปรันบนชิประมวลผล Intel Atom ได้ ส่งผลให้มีการขยายตลาดมากขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ Apple ไม่สามารถทำตามได้


อีกทั้ง  Stan Shih ผู้ก่อตั้ง Acer Computer ยังได้กล่าวถึงแนวทางกลยุทธ์ปัจจุบันของ Acer ที่ได้มีการจับมือร่วมกับทาง Intel และ Microsoft ทำให้ในด้านของสายคอมพิวเตอร์นั้นยังมีความก้าวหน้าไปอีกไกล พร้อมเป็นผู้นำสายของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน

ว่าแต่ไหงในส่วนของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนของ Acer เอง ดูแล้วไม่ค่อยมีอนาคตเท่าไหร่หว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Android ด้วยกัน อย่าง Samsung, HTC, Sony, LG ล่ะครับ :D

%d bloggers like this: