Category: Gadget



สรุปภาพโป๊กลางสภาเกิดได้โดย “เทคโนโลยี DLNA (Digital Living Network Alliance)  เฟิร์มแวร์รุ่นใหม่เปลี่ยนคอนเซ็ปท์ให้”มือถือ”ตัดสินใจส่งภาพได้โดยไม่ต้องใช้รีโมทTVกดรับ และ น่าจะเป็นความง่ายของAndroidที่streamผ่านDLNA ไปออกจอได้ง่ายเกินไป ทำไงละ ? Android pre-installed app ที่stream ขึ้นทีวีได้เลย  นั่นก็สามารถทำได้  IOS หรือ Android ก็stream ภาพและวีดีโอขึ้น Smart TV ได้ ล้วนๆ มีแต่App Pre-installed เท่านั้นที่ไม่ต้องรับAuthorizedจากทีวีก่อน และ DLNA ทำงานได้ต่อเมื่อภายใต้เงื่อนไข ทุกเครื่องต้องอยู่ในวง WLAN เดียวกัน

Video สอนการใช้ All Share Tv ไม่ต้องตอบรับการstreamจากมือถือเลยด้วยซ้ำ

น่าจะเป็นอุปกรณ์เสริมประเภท Keyboard ของ iPad ที่ดูดีที่สุดแล้วสำหรับ NoteBook Case ซึ่งมีขายอยู่ที่เว็บไซต์ rakuten สนนราคาอยู่ที่ 5,980 เยนหรือประมาณ 2,200 บาท โดยดีไซน์ของอุปกรณ์ตัวนี้ต้องบอกว่าเหมือนกับ MacBook Pro สุดๆ ดูแล้วเนียนไม่ใช่น้อย (โดยเฉพาะถ้าใช้กับ iPad สีดำ)

สำหรับความสามารถอื่นๆ ก็คือมันมาพร้อมกับพอร์ทเชื่อมต่อต่างๆ เช่น USB, MiniUSB และ Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อกับ iPad อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ในเคสมาให้สำหรับเสียงชาร์จกับ iPad ได้อีกด้วย ซึ่งไม่แน่อีกซักพักเราอาจจะได้เห็นวางขายในบ้านเรา ใครอยากได้ก็ต้องลองมองๆ หากันดูไป


เมื่อวันก่อนทางสื่อต่างประเทศได้รายงานถึงผลประกอบการของ Apple ที่ประกาศออกมาในไตรมาสแรกของปี 2012 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 4.633 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (1.43 ล้านล้านบาท) และคิดเป็นกำไรสุทธิ 1.306 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (3.918แสนล้านบาท) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2.18 เท่า ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดอยู่ที่ 44.7% และเมื่อคิดเป็นรายได้ของ Apple จากตลาดต่างประเทศคิดเป็น 58% ของรายได้รวมทั้งหมด อีกทั้งตอนนี้มีเงินสดอยู่ในมือของ Apple ถึง 9.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (2.91 ล้านล้านบาท)

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ต่างๆ หากดูเป็นตัวๆ จะเห็นได้ว่าไตรมาสนี้ iPhone ขายได้เป็นจำนวนถึง 37.04 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากเดิม 128%, iPad ขายได้ 15.43 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 111%, สินค้าตระกูล Mac ขายได้ 5.2 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 26% สุดท้ายกับ iPod ยอดอยู่ที่ 15.4 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลงไปถึง 21%

นอกเหนือจากนั้นยังมีรายละเอียดส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจจาก CEO อย่าง ทิม คุก มานำเสนอกันเพิ่มเติมด้วยครับ

  • สินค้าตระกูล Mac ยังเติบโตดี โดยเฉพาะ MacBook Pro และ MacBook Air
  • มากกว่าครึ่งของผู้ซื้อ Mac ไม่เคยใช้ Mac มาก่อน
  • ผลิตภัณฑ์ iPhone เป็นตัวเร่งที่ดีให้คนซื้อสินค้า Apple มากยิ่งขึ้น โดย Apple รับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ iPod แล้ว
  • ภาพรวมของอุปทานชิ้นส่วนยังเป็นปกติ ยกเว้นฮาร์ดดิสก์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในไทย โดย Apple เลือกที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้มีของ
  • ปัญหาฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดช่วงน้ำท่วมในไทยยังไม่ส่งผลกับ Mac ในไตรมาสที่ผ่านมา แต่จะส่งผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้แน่นอน
  • สมาร์ทโฟน iPhone 4S ได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้ว 90 ประเทศ
  • การเสี่ยงดวงด้วยการสั่งชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลตุนไว้เพื่อผลิต iPhone นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะความต้องการ iPhone ก็ยังมากมายไม่เพียงพออยู่ดี
  • เครื่องเล่น iPod Touch ยังคงมีส่วนแบ่งของยอดขายจำนวนเกินครึ่งของสินค้าตระกูล iPod ที่ขายได้ทั้งหมด
  • ทิม คุกเชื่อว่าตลาดแท็บเล็ตจะใหญ่โตกว่าตลาดพีซีในเร็ววันนี้

เรียกได้ว่าในตอนนี้ทางบริษัท Apple มีเงินค่อนข้างมากพอสมควร เล่นทำเอาบริษัทหลายๆ บริษัทอิจฉาไปตามๆ กันทีเดียวเชียว

ลายๆ คนน่าจะรู้จักกับชื่อ Thunderbolt กันแล้ว หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัวพอร์ทชนิดนี้ออกมาครั้งที่เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอะไรที่ล้ำหน้ากว่า USB 3.0 ซะอีก และ Intel ก็บอกอีกด้วยว่าจะมีการเปิดตัวมาใช้กับอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นๆมากขึ้นในปลายปีนี้

เทคโนโลยี Thunderbolt นี้เปิดตัวมากว่าปีแล้ว ถือเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแห่งอนาคตเลยก็ว่าได้ เพราะว่าตัวมันเองสามารถส่งผ่านข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงมาก เรียกว่าเทียบกับของเดิมแล้วมากว่าตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า ตามตัวเลขระบุเอาไว้ว่า 10Gbps ขนาดว่าถ่ายโอน Blu-ray ทั้งแผ่น ในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง โดยเป็นการร่วมพัฒนากันระหว่าง Apple และ Intel

แต่จริงๆแล้ว เทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำเสนอเปิดตัวออกมาครั้งแรกจะเป็นการใช้สายแบบ fiber optic ที่จะใช้แสงในการเป็นตัวกลางถ่ายโอนข้อมูล แต่ Thunderbolt ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ หรืออย่างบนเครื่องของ Apple นั้น จะเป็นการใช้สายทองแดงแทน เนื่องด้วยราคาต้นทุนของสาย fiber optic นั่นเอง ซึ่งข้อเสียก็คือจะทำให้ระยะความยาวของสายนั้นสั้น ได้ยาวสูงสุดแค่ 6 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นการใช้สาย fiber optic จะได้ไกลถึง 10 เมตร

แต่การใช้สาย fiber optice ก็จะทำให้อุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวที่เชื่อมต่อกันต้องมีแหล่งจ่ายพลังงานเป็นของตัวเองทั้งสองฝั่ง แต่การใช้สายทองแดงจะสามารถจ่ายไฟได้จากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เองเลย โดยยังจ่ายได้แรงถึง 10 วัตต์ด้วย ทำให้อุปกรณ์ที่เอามาเชื่อมต่อด้วยไม่ต้องมีแหล่งจ่ายพลังงานของตัวเองก็ได้

โดยตอนนี้ยังเป็นที่แน่ชัดจาก Intel ว่าตั้งใจจะเปลี่ยนสายทั้งหมดมาเป็นแบบ fiber optic เมื่อไหร่ แต่ว่าถ้ามีออกมา เครื่องที่ใช้พอร์ต Thunderbolt อยู่แล้วก็ยังสามารถใช้งานร่วมกับสายแบบใหม่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงอะไรใหม่ นอกจากนั้น Intel เองก็ตั้งใจที่จะให้เทคโนโลยีใหม่ตัวนี้ กลายเป็นพอร์ตตัวเดียวสำหรับการทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนข้อมูล, ระบบเน็ตเวิร์ก และการเชื่อมต่อกับจอภายนอก ใน Thunderbolt เพียงช่องเดียว ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน และยังสามารถช่วยในเรื่องของการออกแบบตัวเครื่องได้อีกด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องใช้พอร์ตหลายตัวอีกต่อไป

หลังจากที่ The new iPad (ขอสั้นๆว่า iPad 3) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเเล้ว ค่ายหนึ่งที่โดน Apple เหวี่ยงไปเล็กๆ ก็คือ NVIDIA ก็เเหม เล่นเเสดงกราฟให้เห็นว่าชิป Apple A5X นั้นเเรงกว่า NVIDIA Tegra 3 ถึงสี่เท่า เเถม Apple A5 ยังเป็นเเค่ dual-core อีกด้วย!!

applenvidia

เเน่นอนว่า NVIDIA คงไม่ยอมให้โดนโขกสับอยู่ฝ่ายเดียวเเน่นอน โดยทางโฆษกของ NVIDIA ก็ออกมาพูดถึงเรื่องที่ Apple นำ NVIDIA Tegra 3 ไปเปรียบเทียบว่า “เรายินดีที่ Apple นำชิปเราไปเปรียบเทียบกับ Apple A5X ใน iPad เเต่ว่าผลการทดสอบนั้นไม่มีข้อมูลอ้างอิงใดๆ ที่เป็นมาตรฐานเลย เเม้เเต่กระทั่งข้อมูลการ Benchmark ก็ตาม โดยทางเราก็อยากรู้ว่า Apple ใช้โปรเเกรมไหนเทสผลถึงออกมาเป็นนั้น!! Apple ไม่บอกเลยว่าข้อมูลในชาร์ตนั้นได้ออกมาได้ยังไง

ทางโฆษกของ NVIDIA ยังออกมาบอกว่าถ้า Apple ไม่ออกมาบอกว่าผลทดสอบนั้นได้ออกมาได้อย่างไร ถ้า iPad 3 ถูกวางจำหน่ายเเล้วจะซื้อมาเทสให้เห็นกันไปเลยว่าเป็นยังไง

ส่วนใครที่อยากรู้ผลทดสอบว่าเป็นยังไงระหว่าง NVIDIA Tegra 3 กับ Apple A5X ทาง anadtech นั้นเคยทดสอบระหว่าง Tegra 3 กับ A5 เเล้ว ซึ่งไม่น่าต่างกันมากเพราะเเค่ Apple A5X นั้นเพิ่ม GPU จาก 2 คอร์ไปเป็น 4 คอร์เท่านั้น ส่วนที่เหลือเหมือนกันหมด

42762

42748

42749

จะเห็นว่าในส่วนของซีพียูนั้น (JavaScript Benchmark) ผลทดสอบออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกันซึ่งถ้าเป็น Apple A5X ผลคงไม่ต่างมากเพราะซีพียูยังเหมือนเดิม เเต่พอมาดูในส่วนของจีพียูนั้นค่อนข้างต่างกันพอสมควร โดยจะเห็นว่า Apple A5 ทำผลทดสอบได้ดีกว่าเกือบสองเท่า เเต่มองในเเง่ที่ว่า GPU จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเข้าไปอีกนั้น ผลทดสอบน่าจะอยู่ประมาณ 3 เท่าในกรณีที่ดีที่สุดเท่านั้น อย่างการเทสในส่วนของ Egypt นั้นก็เห็นว่าคะเเนนไม่ได้ทิ้งห่างกันมากมาย ถ้าดูคร่าวๆ เเล้วเปรียบเทียบระหว่าง Apple A5 กับ NVIDIA Tegra 3 ก็ถือว่า Apple A5 นั้นเหนือกว่าเล็กน้อยเเละดีกว่าเเบบเห็นได้ชัดในบางการทดสอบ เเต่โดยรวมๆ ถือว่าประสิทธิภาพค่อนข้างใกล้เคียงกัน

เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เว็บไซต์ในไต้หวันได้โพสต์ภาพถ่ายที่อ้างว่า เป็น iPod Nano (ไอพอด นาโน)รุ่นใหม่ ซึ่งที่บริเวณด้านหลังของเคสจะมีช่องสำหรับกล้องให้ด้วย หลังจากนั้นก็มีการปล่อยภาพที่สองออกมา โดยเผยให้เห็นดีไซน์อีกด้านหนึ่งของตัวเครื่องทีมีคลิปหนีบ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า iPod Nano (ไอพอด นาโน)รุ่นใหม่ มาพร้อมกับกล้องที่มีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล


อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ลไม่ได้มีการเปลี่ยนดีไซน์ของ iPod Nano (ไอพอด นาโน) มาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่ใช้การอัพเดทซอฟต์แวร์ และลดราคาสำหรับรุ่น 8GB และ 16GB แต่แนวคิดของการติดตั้งกล้องเข้าไปบน  iPod Nano (ไอพอด นาโน) ได้มีการพูดถึงอีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกับมีรายงานข่าวอ้างอิงถึงสิทธิบัตรของแอปเปิ้ลที่ได้จดไว้ในเดือนพฤษภาคม 2010 ที่เป็น”ลำโพง”แบบใหม่สามารถใส่เข้าไปในคลิปของ  iPod Nano (ไอพอด นาโน) และตรงกับตำแหน่งของช่องที่อ้างว่าเป็นกล้องพอดิบพอดี

ล่าสุดทางเว็บไซต์ได้เผยแพร่ภาพ  iPod Nano (ไอพอด นาโน) ใหม่ออกมาอีกแล้ว คราวนี้มีการเผยให้รายละเอียดของเคสที่ชัดเจนยิ่่งขึ้น โดยดีไซน์ของคลิปมีขอบโลหะสำหรับกล้องชัดเจน (มีโอกาสมากกว่าจะเป็นช่องสำหรับลำโพง) ทั้งนี้กล้องบน  iPod Nano (ไอพอด นาโน) จะยื่นออกมาจากด้านหลังของตัวเครื่องไปจนถึงวงแหวนโลหะบนคลิปหนีบ ด้วยการออกแบบให้ยื่นออกมาลักษณะนี้ทำให้ Apple มีที่เหลือมากพอที่จะบีบอัดวงจร และเซ็นเซอร์ส่วนใหญ่ และเลนส์ของกล้องเข้าไปในนี้ แทนที่จะไปเบียดกันอยู่ในเคสหลัก แม้ภาพของ  iPod Nano (ไอพอด นาโน) รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกล้องจะแพร่สะพัดไปบนเน็ตตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่จนถึงเดือนตุลาคมปี 2011  iPod Nano (ไอพอด นาโน) รุ่นใหม่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากซอฟต์แวร์กับราคาที่ถูกลง ดีไซน์ใหม่นี้จึงยังเป็นทีสงสัยอยู่ว่า Apple ยังคงทำอยู่หรือไม่? หรือมันถูกยกเลิกไปแล้ว? เพราะก่อนหน้านี้ ทางบริษํทเคยแนะนำ  iPod Nano (ไอพอด นาโน) ที่มาพร้อมกับกล้องบันทึกวิดีโอความละเอียดต่ำ แต่ก็ตัดฟีเจอร์นี้ออกไป เพื่อให้เล็กลงเหมือน Shuffle ตั้งแต่ในปี 2010 แต่ด้วยหลักฐานต่างๆ ที่มีออกมา ค่อนข้างชัดเจนว่า Apple พยายามที่จะใส่กล้องเข้าไปใน  iPod Nano (ไอพอด นาโน) ให้ได้ คงต้องมาลุ้นกันว่า เราจะได้เห็นมันในปีนี้ หรือเปล่า

เชื่อได้เลยว่าสาย USB นั้น เป็นอะไรที่ต้องใช้งานกันอยู่เป็นประจำ อาทิ การชาร์จไฟเข้ามือถือสมาร์ทโฟน หรือโอนถ่ายข้อมูลเข้าออก ที่ในวันนี้ทางทีมงานเป็นเห็นสาย USB ที่มีความน่าสนใจ เลยขอนำมาฝากให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน  ที่เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจหลายๆ ที่มีอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ USB ที่มากมาย แน่นอนว่ารวมไปถึง iPod, iPhone และ iPad ด้วย


กับสาย USB แบบ 3-in-1 ที่สามารถดัดแปลงเป็นได้เชื่อมต่อ USB ได้ 3 อย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น mini-USB, micro-USB และ Dock iPod ที่เราทำการเปลี่ยนหัวเป็นแบบต่างๆ ได้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่หลากหลายของเรา สนนราคาก็ตกอยู่ที่ 19.99 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็เพียง 600 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งก็เชื่อได้ว่าในประเทศไทยก็น่าจะมีคนเอาเข้ามาขายแน่นอน สนใจก็ต้องลองหากันดู (ที่จริงๆ USB แบบ 3-in-1 เส้นนี้จะมาพร้อมกับ PowerCell ของ Innergie แต่ในไทยไม่แยกขายครับ)

New iPod Touch TV Ad – Share The Fun

โฆษณา iPod Touch ตัวใหม่ล่าสุด ชื่อ Share The Fun เน้นโชว์เรื่องของ iOS 5 และเครื่องรุ่นสีขาว

http://www.youtube.com/watch?v=gGrDMVk2isc

สำหรับคนรักหนังสือ น่าจะเคยเจอกับเรื่องของ หาย เยิน ขาด ซึ่งตนนั้นเสียดายว่า จะหามันไม่ให้อีก

ไม่เป็นไร เรามีทางแก้ไข (ยังกะทีวีไดเร็ก – -)

Book Saver เป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการเก็บหนังสือ สะดวกรวดเร็วกว่าสแกนเนอร์

ว่ากันว่า สามารถเก็บหนังสือ 200 หน้า ใน 15 นาที ตอนแรกก็คิดว่ามีระบบพลิกหน้าอัตโนมัติ แต่ราคามันแค่ 150 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4631.25 บาท แน่นอนว่า เราต้องพลิกเอง โดยยกฐาน พลิกหน้า กดถ่าย เครื่องจะเก็บเป็นแบบ 2 หน้าพร้อมกัน พร้อมจัดเก็บเป็นอีบุ๊กจนเสร็จสรรพ โดยบันทึกลงเม็มโมรี่การ์ดแบบ SD

นาฬิกาเรียบๆ แต่ซ่อนฟังค์ชั่นสุดล้ำ MuteWatch จากสวีเดน พร้อมหน้าจอทัชสกรีน แค่แตะ ก็มองเห็นเวลาได้ และระบบตั้งปลุก จะเป็นการสั่นแทนเสียง และเจ๋งสำหรับวิทยากร คือ ไม่มีใครนอกจากคุณ ที่รู้ว่า เวลานำเสนอหมดแล้ว!

ราคา อยู่ที่ 259 เหรียญสหรัญ หรือ 7996.625 บาท ครับ มีสีดำ และ สีแดง

นาฬิกาเทพ อยากได้อ่ะ!!!!!

(อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 เหรีัยญสหรัฐ ต่อ 30.875 บาท วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา 14.45 น.)

%d bloggers like this: