Category: Mobile


ข่าวนี้จะว่าเป็นเชิงข่าวกระตุกยิ้มก็ได้ เนื่องมาจากมีผู้ใช้ทดลองถามเจ้า Siri ใน iPhone ว่า “มือถือรุ่นไหนเป็นรุ่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ซึ่งคำตอบนั้นกลายเป็น Nokia Lumia 900 สีฟ้าอมเขียว (cyan) ซะอย่างนั้น หาใช่ iPhone เครื่องที่มันสิงสถิตย์อยู่ไม่

image81 700-nokia-lumia-900-for-att-cyan

ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะว่าในส่วนนี้ Siri จะใช้การดึงข้อมูลจากโลกอินเตอร์เน็ตมา อย่างในคำถามด้านบนนั้น Siri ก็จะไปดึงข้อมูลการรีวิวมือถือจากบนเว็บไซต์มาแล้วนำมาตอบให้กับผู้ใช้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คำตอบจะไม่ใช่ iPhone

ใครมีคำถามอะไรเด็ดๆ ก็ลองถาม Siri ดูนะครับ เผื่อจะได้คำตอบแปลกๆ บ้าง

หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy S III มีหลายๆ คนออกมาบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่ารูปร่างหน้าตาของมันแลดูจะไม่ค่อยสวยเท่าไร ไม่โดนใจ บางคนก็ถึงขั้นไม่ชอบกันเลยก็มี ซึ่งต้นตอการออกแบบเช่นนั้นล้วนมีที่มาครับ ที่มาที่ว่านั้นก็คือเป็นการออกแบบที่อิงตามหลักกฏหมายเป๊ะๆ เลยก็ว่าได้

ถ้าจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Apple เคยฟ้อง Samsung ในประเด็นที่ Samsung Galaxy S มีดีไซน์หลายๆ อย่างที่คล้ายกับ iPhone ซึ่งก็ยังเป็นคดีฟ้องร้องต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่ง Samsung นั้นก็จำต้องปรับรูปแบบการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ของตนด้วย อาจจะเนื่องมาจากการที่ Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Samsung ในส่วนของการผลิตชิปประมวลผล, แรม, หน่วยความจำ, หน้าจอ รวมถึงอีกหลายๆ ชิ้นส่วนที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Apple ซึ่งทำรายได้ให้กับ Samsung มหาศาล ทำให้ Samsung ก็คงไม่อยากจะผิดใจกับ Apple เท่าไรนัก

ทำให้ในการออกแบบ Samsung Galaxy S III นี้ นอกจากทีมออกแบบจะมีรายการของสิ่งที่ต้องทำแล้ว ยังจะต้องมีรายการสิ่งที่ห้ามทำ ห้ามออกแบบด้วย เพื่อไม่ให้ไปชนกับข้อกล่าวหาที่ Apple เคยฟ้องร้องมาก่อนหน้านี้ เอาเป็นว่าเรามาดูกันทีละข้อเลยแล้วกัน

1. รูปร่างของผลิตภัณฑ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

not-a-rectangle_thumb

จากในรูปให้ดูที่กรอบสีแดงนะครับ ซึ่ง Samsung Galaxy S III ก็ไม่ได้มีรูปร่างแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าจริง เพราะสังเกตจากตรงคำว่า Curving Here ที่แสดงให้เห็นว่ากรอบของตัวเครื่องเริ่มเว้าเข้าไปแล้ว ไม่ได้เป็นแท่งตรงขึ้นมา จึงทำให้รูปร่างของเครื่องไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างที่ Apple เคยกล่าวหาอีกต่อไป

2. มุมทั้งสี่ของเครื่องกลมมนและมีลักษณะเหมือนกัน

corners_thumb

จากในรูปเป็นการจับมุมซ้ายบน(เส้นสีน้ำเงิน) และมุมซ้ายล่าง (เส้นสีแดง) ของ Samsung Galaxy S III มาเทียบกัน จะเห็นได้ว่าลักษณะของมุมเครื่องมีความต่างกันอย่างชัดเจน จึงรอดจากข้อกล่าวหานี้ไปได้อีกเช่นกัน

3. มีกรอบสีดำล้อมรอบส่วนของหน้าจอรอบด้าน

notblack_thumb

ข้อนี้ Samsung ก็จัดการด้วยการออกแบบมาให้จอของเครื่องมีกรอบสีขาวและสีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีของตัวเครื่องล้อมรอบจอแทน จึงเป็นการเลี่ยงข้อห้ามไปได้อย่างไม่มีปัญหา

4. บริเวณกรอบสีดำของจอทั้งด้านบนและล่างมีความสูงเท่ากัน

GSIIImeasurements_thumb

ก็สังเกตได้จากภาพด้านบนอีกเช่นกัน จะเห็นได้ว่าความสูงจากขอบเครื่องถึงขอบจอทั้งด้านบนและล่างมีขนาดที่ไม่เท่ากัน และที่สำคัญ คือมันไม่ได้มีสีดำดังเช่นที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อ 3 อีกด้วย

5. มีกรอบโลหะล้อมรอบขอบเครื่องส่วนหน้า

samsung_Galaxy_S-vs-iphone-3gs

ถ้าให้เทียบเครื่องที่มีกรอบโลหะล้อมรอบส่วนหน้าที่เห็นได้ชัดสุดก็คือ iPhone 3GS ลงมาเลยครับ ที่รอบตัวเครื่องส่วนหน้าจะมาพร้อมกับขอบโลหะทั้ง 4 ด้าน ส่วนตัว Samsung Galaxy S III เองนั้นก็ยังคงมีขอบโลหะอยู่ แต่ก็ไม่ได้เด่นชัดขึ้นมาแบบ iPhone หรือ Samsung Galaxy S ที่เคยมีปัญหากันมา

6. ไอคอนของแอพมีกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขอบมนล้อมรอบ

not-rounded-icons_thumb

ปัญหานี้ Samsung ได้แก้ไขไปตั้งแต่ไอคอนแอพใน Samsung Galaxy S II แล้ว  ส่วนใน S III นั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร แถมไอคอนส่วนใหญ่จะใช้ของ Google มาเลยตรงๆ อีกด้วย เช่น ไอคอนของ Play Store, Talk เป็นต้น

7. แถบไอคอนแถวล่างจะยึดอยู่ตายตัวตลอด ไม่เปลี่ยนไปแม้จะเลื่อนหน้าแอพไป

no-dock_thumb

จากใน S และ S II เวลาเข้าหน้า app drawer จะเห็นว่าแถบไอคอนด้านล่างสุด 4 อัน คือ Phone, Contacts, Messaging และ Home จะถูกตรึงอยู่กับที่ตลอดเวลา เหมือนกับใน iOS แต่ใน S III จะไม่มีแถบนี้ขึ้นมาในหน้า app drawer อีกแล้ว จะมีก็แต่ในหน้า Home เท่านั้น

จาก 7 ข้อที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่า Samsung Galaxy S III เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาถูกตามหลักกฏหมายเกือบ 100% เลยทีเดียว ทำให้ Apple แทบจะหาช่องฟ้อง Samsung Galaxy S III ไม่ได้อย่างที่เคยเป็นแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่ Samsung ยอมอ่อนข้อลงบ้าง แต่ก็อาจแลกมาด้วยรูปแบบดีไซน์ที่แปลกตาไปซักนิดละนะ

ส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการกันเสียทีเมื่อล่าสุดเว็บขายส่งสินค้าจำพวกชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง TVC-Mall ได้มีชิ้นส่วนปุ่ม Home ของ iPhone รุ่นใหม่ออกมาขายกันแล้ว โดยใช้ชื่อว่า iPhone 5 Home Button ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างไปจากปุ่ม Home ของ iPhone 4S ซะด้วย

ตัวปุ่มของ iPhone รุ่นใหม่นั้นจะมีส่วนที่เป็นฐานพลาสติกยื่นออกมาเยอะกว่าแบบเก่าใน iPhone 4S ซึ่งแบบเดิมจะไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ โดยในปุ่มแบบใหม่ตัวฐานจะกว้างจนออกมาเป็นสี่เหลี่ยมอย่างที่เห็น แต่พื้นที่สำหรับใช้งานปุ่ม Home ก็ยังเป็นวงกลมเหมือนเดิม

ปุ่ม Home ของ iPhone 4S

นอกจากนั้นเว็บไซต์อย่าง TrueSupplier ก็เริ่มมีชิ้นส่วนดังกล่าวขายแล้วเหมือนกัน และมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับของเว็บไซต์ TVC-Mall เป๊ะๆ ดังนั้นตอนนี้น่าจะพอมั่นใจได้เยอะแล้วว่า ปุ่ม Home ที่เห็นน่าจะเป็นของ iPhone รุ่นใหม่จริงๆ เพราะจากในอดีตถ้ามีผู้จำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่มากกว่า 2 เจ้าขึ้นไปออกมาขายชิ้นส่วนคล้ายๆ กันเมื่อไหร่ก็น่าจะแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มั่วมา ซึ่งต่อจากนี้ก็น่าจะเริ่มมีชิ้นส่วนทยอยหลุดกันมาให้เห็นเรื่อยๆ กันอีกต่อไป

ว่าที่ปุ่ม Home ของ iPhone รุ่นต่อไป?

ล่าสุด ในรูปที่Twitter  @indsm  ในChat ทางCall Center ของทรุเองบอกว่า  TrueMove ให้บริการ 3G ถึง 31 พ.ค.นี้ หลังจากนั้นใครจะใช้ 3G ต้องไป TrueMoveH นั่นแปลว่าถ้าใครอยากจะใช้3G ผ่านเครือข่าย TrueMove จะไม่สามารถใช้งาน3G ได้หลัง 31 พ.ค.นี้ True Move  จะยุติการให้ บริการ3G แต่คุณต้องไปเพิ่งTrue Move Hแทนถ้าอยากใช้3G ครับ :) นี่เป็นอีกช่องทางในการย้ายผู้ใช้บริการของทางทรูมูฟหรือลูกค้าที่ใช้อยู่หันให้ไปใช้True Move H นั่นเอง สำหรับใครที่ใช้ทรูมุฟอยู่อาจจะต้องย้ายเครือข่ายหรือว่าอะไรทางทรูคงจะออกมาชี้แจงรายละเอียดให้ทราบแน่นอนครับ เพราะTrue Move H กับทรูมูฟคนละเครือข่ายกันครับ นั่นแปลTrue Move  อาจจะให้บริการแค่2G แต่ถ้าอยากใช้3G ก็ต้องไปทรูเฮชละครับ

หลังจากที่ instagram ลง Android ไปเรียบร้อบเเล้วเมื่อวานนี้ ก็ได้เกิดการเเสดงความคิดเห็นจากผู้ใช้ iPhone ที่เคยเเต่มี instagram ไว้ใช้งานก่อนหน้านี้เพียงเเพลตฟอร์มเดียวไปในทำนองเเง่ลบ ถึงเเม้ผู้ใช้งาน Android หรือผู้เลือกซื้อบางเครื่องจะได้ประโยชน์เพราะมีมือถือให้เลือกซื้อมากรุ่นขึ้นถ้่าต้องการเล่น instagram ก็ตาม

ความเห็นเป็นไปในทำนองที่ว่า instagram นั้นเป็นสังคมเเชร์รูปภาพที่อยู่เฉพาะ iPhone เท่านั้นทำให้เป็นการกลั่นกรอง “สถานะทางสังคม” ของคนระดับหนึ่งเนื่องจากราคาของ iPhone นั้นสูงกว่ามือถือเเบรนด์อื่นๆ ทำให้กลุ่มผู้ใช้ iPhone ที่เล่น instagram บางคนมองว่าเป็น “กลุ่มพิเศษ” การที่ Instragram มาลง Android นั้นทำให้ความพิเศษนั้นหายไป บางคนถึงกับเเสดงออกเลยว่าถ้าใครใช้ instagram for Android อย่างมา follow ตัวเองเลยก็มี หรือให้เหตุผลว่ารูปใน instagram นั้นสวยเพราะใช้กล้องของ iPhone ถ่าย การที่มี Android เข้ามารวมด้วยจะทำให้รูปภาพนั้นคุณภาพต่ำลง

4-4-2555 11-49-54

อย่า Follow Instagram ฉันถ้าคุณใช้ Android ยี้

4-4-2555 11-50-10

แหวะ!! ไมพวกใช้ Android ได้ใช้ Instagram กันแล้ววะ

4-4-2555 11-50-25

หยึยย ไม่อยากเห็นพวกแอนดรอยด์มาอยู่บน Instagram เล้ยย อยากให้เป็นสำหรับพวก Apple

4-4-2555 11-50-44

คนใช้ Android มี Instagram แล้ว หยี มันเป็นสิ่งเดียวที่ iPhone ต่างจาก Android

4-4-2555 11-53-34

ผมรู้สึกขยะแขยงเมื่อพวกใช้ Android สามารถ Follow ฉันบน Instagram ได้

4-4-2555 11-53-51

หยี.. พวกใช้ Android เล่น Instagram ได้แล้ว ไม่รู้สึกเป็นคนพิเศษเลย

4-4-2555 11-54-13

ไปที่ Instagram แล้วค้นหาคำว่า #Android แล้วดูรูป__

4-4-2555 11-54-38

ถึงผู้ใช้ Android อย่า Follow Instagram ฉันนะคะ

ถ้าใครอยากลองอ่านเวอร์ชันภาษาไทยดู ลองดูที่ Pantip มีลักษณะคล้ายๆ กัน เเต่ไม่รู้กระทู้จะโดนอุ้มเมื่อไรนะครับ

ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือมากมายเหลือเกินเกี่ยวกับกำหนดวันเปิดตัวของ iPhone 5 แต่ผู้คนก็ต้องผิดหวัง เช่น มีข่าวลือว่า iPhone 5 จะเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่แล้วก็กลายเป็น iPhone 4S หรือข่าวลือที่ว่า iPhone 5 จะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้ แต่ก็กลายเป็น The New iPad หรือที่คนเรียกกันติดปากว่า iPad 3

ดูเหมือนว่าบริษัท Apple จะประสบความสำเร็จในการปิดบังความลับได้เป็นอย่างดี (ถ้าไม่นับข่าวที่พนักงานของบริษัท Apple ทำเครื่องเทส iPhone 4 และ iPhone 5 หาย จนทำให้เกิดภาพหลุด และการฟ้องร้องเว็บไซค์ ที่เป็นต้นข่าวการเผยแพร่)

หลังจากที่บริษัท Apple เพิ่งได้ทำการเปิดตัว The New iPad หรือ iPad 3 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ก็ไม่น่าที่จะเปิดตัว iPhone 5 ในเร็ววันนี้ โดยตามแหล่งข่าวทั่วโลกได้โพสเกี่ยวกับกำหนดวันเปิดตัวของ iPhone 5 ใหม่ ที่น่าจะเป็นช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม ในปีนี้ ซึ่งถ้าเป็นตามนั้นจริงก็เท่ากับว่า เป็นการเปิดตัวที่ครบรอบ 1 ปีนับจากการเปิดตัว iPhone 4S รุ่นล่าสุด

ซึ่งถ้าหาก Apple ต้องการที่จะแข่งขัน iPhone 5 กับ สมาร์ทโฟน Android สเปกสูง ๆ แล้วละก็ จะต้องเปิดตัวก่อน ช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม ตามข่าวที่ทั่วโลกนำเสนอ

แต่…มันมีปัญหาบางอย่าง

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว iPhone 4S ได้ถูกปล่อยออกมา ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ซื้อ iPhone ที่มาพร้อมกับสัญญาเช่น AT&T, Verizon เป็นต้น เพราะการซื้อเครื่องพร้อมกับสัญญานั้นจะทำให้ตัวเครื่องและเพ็กเกจการใช้งานถูกกว่าตัวเครื่องที่ไม่ติดสัญญามาก

แต่ถ้าหากว่า iPhone 5 เปิดตัวออกมาใน ช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ยอดขายของ iPhone 5 จะลดลงอย่างมาก เพราะว่า ผู้ที่ซื้อ iPhone 4S เครื่องที่ติดสัญญากับ Verizon จะต้องรออย่างน้อย 20 เดือน ก่อนที่จะทำการอัปเกรดเป็น iPhone 5 ได้ ส่วน iPhone 4S เครื่องที่ติดสัญญากับ AT&T นั้นไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่นักเนื่องจากจะต้องรอให้หมดสัญญาเพียง 12 – 18 เดือน

iphone 4s

โดยทางบริษัท Apple ก็มีแผนที่จะตอบโต้กับปัญหานี้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีคำพูดอย่างเป็นทางการจากบริษัทว่าจะเอายังไง

นักวิเคราะห์ได้แนะนำว่าบริษัท Apple ควรจะลดราคาของเครื่อง iPhone 5 ที่จะติดสัญญาลง เพื่อช่วยให้ราคาของ iPhone 5 ถูกลง แต่มันก็เป็นเหมือนดาบสองคม

ถ้า Apple ปล่อย iPhone 5 ออกมาใน ช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม นี้ จะทำให้ยอดขายของ iPhone 5 ลดลงมาก เนื่องจากประชาชนชาวสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ซื้อเครื่องที่ติดสัญญา และสัญญาจาก iPhone 4S นั้นยังไม่หมด และถ้า Apple ลดราคาของ iPhone 5 ก็จะเป็นการจำกัดศักยภาพของ iPhone 4S เช่นกัน

ดังนั้น บริษัท Apple จะทำอย่างไร ?

 

วิศวกรภาคสนามของบริษัท Apple ทำเรื่องวุ่นวาย โดยได้ทำ iPhone 5 เครื่องโปรโตไทป์หายขณะออกไปกินข้าวในร้านอาหารเม็กซิกัน ชื่อร้าน Cava22 ในเขตพื้นที่ San Francisco

ซานฟานซิสโก

โดยหลังจากที่วิศวกรคนนี้ทำ iPhone 5 เครื่องที่ใช้สำหรับทดสอบหล่นหาย ทางบริษัท Apple ก็ไม่รอช้ารีบแจ้งตำรวจท้องที่และประสานงานกับ FBI ให้ค้นหาทันที และทางบริษัท Apple ก็ได้ปิดรายละเอียดไม่ให้เผยแพร่ออกสู่สาธารณะชน

ซึ่งเหตุการณ์ iPhone เครื่องทดสอบหายนี้ไม่ใช้ครั้งแรกที่ทางบริษัท Apple ประสบ เพราะก่อนหน้านี้ พนักงานของบริษัท Apple ก็เคยได้ทำ iPhone 4 เครื่องทดสอบหล่นหายมาแล้ว ในขณะที่นั่งดื่มอยู่ในบาร์ จนนำไปสู่ภาพหลุดของ iPhone 4 ที่ทางบริษัท Apple ได้ฟ้องร้องเว็บไซด์ Gizmodo ที่นำภาพออกมาเผยแพร่ โดยทางเว็บไซค์ Gizmodo กล่าวว่า ได้ซื้อ iPhone 4 เครื่องทดสอบมาจากพ่อค้าขายมือถือในตลาดมืดคนหนึ่ง

หลังจากที่ผู้คนได้รับรู้ถึงข่าวนี้ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ ว่านี่เป็นเพียงการทำการตลาด, การโฆษณาสินค้า, การโฆษณาบริษัท หรือแม้กระทั้งการโฆษณาร้านอาหารเม็กซิกันที่วิศวกรผู้นี้ทำหาย

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางตำรวจและ FBI ได้ทำการค้นหากันแทบผลิกแผ่นดิน แต่ก็ไม่เจอ iPhone 5 เครื่องทดสอบนี้แต่อย่างใด

หนังสือพิมพ์ The China Business News ได้ไปสัมภาษณ์คนงานที่ผลิต The New iPad และ iPhone 4S

พนักงานคนนี้มีชื่อว่า Li Qi (นามสมมุติ) ได้กล่าวกับ หนังสือพิมพ์ The China Business News ว่า ก่อนหน้าที่เธอจะย้ายเขามาทำงานกับบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ (หนึ่งในบริษัทที่ผลิต ผลิตภัณฑ์ ให้กับบริษัท Apple) เธอได้ทำงานกับบริษัทที่ผลิต Nokia มาก่อน

ผลิต iPhone

ในช่วงแรก ๆ ที่เธอย้ายเข้ามาทำงานกับบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ เธอรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะผลิตภัณฑ์ของ Apple มีชื่อเสียงและเป็นที่จับตามองไปทั่วโลก

เธอกล่าวว่าเธอชอบผลิต The New iPad มากกว่า iPhone 4S เนื่องจาก The News iPad ประกอบง่ายกว่า มีชิ้นส่วนน้อยกว่า และมีเวลาพักเบรกมากกว่าตอนที่ทำงานอยู่ในสายการประกอบ iPhone 4S เธอยังกล่าวอีกว่า เธอสามารถประกอบ The News iPad ได้ 150 เครื่องต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ผลิต iPad

ผลิต iPad

นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงการใช้ชีวิตในระหว่างการทำงานว่า ตอนนี้เธออยู่ในสายการผลิต The New iPad โดยก่อนหน้านี้เธอได้อยู่ในสายการผลิต iPhone 4S มาก่อน ซึ่งตอนที่เธอผลิต iPhone 4S นั้น เธอต้องตื่น 6 โมงเช้า เข้างาน 7 โมง โดยการทำงานจะแบ่งออกเป็น 2 กะ กะแรกจะทำงาน 3 ชั่วโมง และพักเบรกได้ 10 นาที ส่วนกะที่สองจะต้องทำงาน 4-6 ชั่วโมง ก่อนที่จะเลิกงาน และบ่อยครั้งที่เธอต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อผลิต iPhone 4S ให้ทันต่อยอดการสั่งจอง

ผลิต iPad

ต่อมาเธอได้ย้ายมาทำงานอยู่ในสายการผลิต The News iPad ซึ่งมีการทำงานที่สบายกว่า โดยเธอสามารถพักเบรกได้ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที

คนงานจีนพนักงานพักกินข้าวรอบดึก

ในช่วงที่เธอเข้ามาทำงานในบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ใหม่ ๆ และยังเป็นพนักงานฝึกหัด เธอได้ทำงาน 80 ชั่วโมงต่อเดือน และรายได้อยู่ที่ 900 หยวน หรือประมาณ 4,000 กว่าบาท

แต่ในตอนนี้เธอทำงานอยู่ในสายการผลิต iPad ทำงาน 6 วัน หยุดได้ 1 วัน รายได้อยู่ที่ 2,350 หยวน หรือประมาณ 11,000 บาท และถ้าหากบวกกับค่าทำงานล่วงเวลา รายได้ของเธอจะอยู่ที่ประมาณ 16,650 บาท

มีเรื่องมาให้ Apple ปวดหัวกันอีกแล้ว เมื่อคราวก่อนที่ผมบอกว่า iPhone 4 ระเบิดบนเครื่องบิน คราวนี้!! iPhone 4 ไหม้ครับพี่น้อง!!

เว็บไซค์ Mashable รายงานว่า ได้รับข้อมูลจากผู้หญิง อายุ 51 ปี เป็นชาวโคโรราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอบอกว่า ได้ชาร์ท iPhone 4 สีขาวของตัวเองทิ้งไว้ตอนกลางคืนในขณะที่เธอหลับ พอตอนเช้าก็รู้สึกตัวว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้จึงลุกขึ้นมาดูเห็น iPhone 4 ของเธอควันพุ่งออกมาจากด้านในตัวเครื่องแยอะมาก โดยที่ตัวเครื่องห่างจากหัวเธอเพียงไม่กี่นิ้ว และเธอได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

iPhone 4 ไหม้  หญิงวัย 51 ปี ชาวโคโรราโด โชว์ iPhone 4 สีขาว ไหม้ในขณะที่เธอกำลังนอนหลับ

หญิงชาวโคโรราโดคนนี้ไม่ต้องการออกนาม เธอบอกว่า เธอกำลังอยู่ในระหว่างการท่องเที่ยวแถบชายฝั่งตะวันออก ในระหว่างที่นอนหลับอยู่ในโรงแรมคนเดียว เธอได้ชาร์ท iPhone 4 ไว้ ห่างจากหัวของเธอประมาณ 12 – 14 นิ้ว เท่านั้น

iPhone 4 ไหม้

พอเวลาประมาณ 6.30 ตอนเช้า เธอรู้สึกตัวเพราะได้กลิ่นเหม็นไหม้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงแตกดังมาก และมีควันคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง

“กลิ่นไหม้เหม็นและรุนแรงมาก กลิ่นคล้ายกับพลาสติกไหม้” เธอกล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

เธอจึงรีบลุกขึ้นจากที่นอนแล้วใช้กระเป๋าแล็บท็อปจับ iPhone ขึ้นมาแล้วรีบเอาไปทิ้งที่ซิ้งล้างจานในห้อง เครื่องจับควันภายในโรงแรมไม่ทำงาน ช่างไฟบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับปลั๊คไฟในห้อง

iPhone 4 ไหม้ ตำแหน่งที่เธอชาร์ท iPhone ขณะนอนหลับ

iPhone 4 เครื่องนี้เธอได้ซื้อมาประมาณ 1 ปีแล้วที่ Apple Store ในโคโรราโด

โดยสาเหตุที่นำเรื่องของเธอมาเผยแพร่กับเว็บไซค์ Mashable ก็เพราะว่า ทางบริษัท Apple จงใจจะปิดบังข้อมูลและไม่เตือนให้ผู้ใช้ iPhone คนอื่น ๆ ทราบ

iPhone 4 ไหม้

เธอกล่าวว่าบริษัท Apple ควรเตือนผู้ใช้ iPhone ให้ทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ iPhone ไหม้นี้เป็นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2554 ได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่คล้าย ที่เกิดขึ้นในประเทศบราซิลและออสเตรเลีย โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นกับ iPhone 4 แต่ยังไม่มีการรายงานว่าพบ iPhone 4S ไหม้

หลังจากนั้นเธอได้ร้องขอ iPhone 4S จากบริษัท Apple แต่บริษัท Apple กลับให้ iPhone 4 กลับมา

ทางเว็บไซค์ Mashable พยายามติดต่อกับบริษัท Apple แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นใด ๆ จากทางบริษัท

“ฉันเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วที่นี่ ทางบริษัท Apple ก็ควรแจ้งเตือนผู้ใช้ iPhone ว่าให้ระวังหากแบตเตอรี่ร้อนเกินไป” “ซึ่งหากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นคืนก่อน เธออยู่ที่บ้านเก่าของแม่เธอ มันอาจจะอันตรายร้ายแรงมาก” เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า “ฉันเกลียดบริษัทที่ต้องรอให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นก่อน ก่อนที่พวกเขาจะป้องกัน”

สงครามยุคใหม่ในซิลิคอนวัลเลย์คือการแข่งกันไล่ฟ้องชาวบ้าน โดยใครเบ่งพลังโชว์พาวได้มากสุดก็ชนะไป ใครแพ้สู้ไม่ได้ ก็ต้องไปหาแรร์ไอเทม ด้วยการแย่งซื้อสิทธิบัตรบริษัทที่กำลังจะเจ๊งมาเป็นอาวุธ แล้วก็เอาไปไล่ฟ้องชาวบ้านกลับ

กงกรรมกงเกวียนในซิลิคอนวัลเลย์ยุค 2010’s เป็นดังนี้

  • Apple
    • ตัวละครเอกของงานนี้ เพราะไล่ฟ้องชาวบ้านมากที่สุด แทบทุกบริษัทมือถือโดนพลังดาบ Multi-touch และสิทธิบัตรอื่นๆ ทิ่มแทง ไม่ว่าจะเป็น Motorola, Samsung, HTC, HP/Palm, Amazon, Verizon โดนฟ้องเรียบ
    • ซึ่งแน่นอนว่าแทบทุกรายก็ฟ้องแอปเปิลกลับคืน (ด้วยขอหาอะไรก็ช่างเถอะ แต่ตรูจะฟ้อง)
    • Apple ฟ้อง HTC เรื่อง Android ทำให้ Google ต้องขี่ม้าขาวมาปกป้อง ก็เลยโดนหางเลขไปด้วย
    • ส่วนที่ตลกคือ Microsoft ฟ้อง Apple ว่าละเมิดชื่อ App Store แต่ Apple ไม่รู้จะฟ้องอะไรกลับเพราะ Windows Phone ยังด๋อยอยู่
  • Microsoft
    • พระรองที่ไล่ฟ้องชาวบ้านแหลกไม่แพ้ Apple เพราะมีดาบในมืออยู่หลายเล่ม โดยกลุ่มผู้ผลิต Android เป็นเป้าเช่นเดิม ทั้ง Barnes & Noble, HTC รวมไปถึงผู้ผลิตอย่าง Foxconn ก็โดนด้วย
    • ส่วนสงครามกับ Google ก็มีฟ้องไปหลายเรื่อง แต่ Google ที่มีดาบน้อย เลยฟ้องกลับแค่เรื่องSearch Engine
  • Google
    • รับบทน้องเล็กโดนรังแก เนื่องจากเป็นน้องเล็กแต่โตจะแซงพวกพี่ใหญ่ ก็เลยโดนพี่เปิ้ลกับพี่ไมค์ฟ้องซะหลายดอก
    • แต่ที่โดนหนักสุดเห็นจะเป็นเรื่อง Java ที่ Oracle กัดไม่ปล่อย และมีแววจะแพ้ซะด้วยสิ
  • Oracle
    • ตัวร้าย ที่ไปเจอขุมทรัพย์ว่า Android มีโค้ดละเมิด Java อยู่ ทีแรกจะระเบิดพลังไล่ฟ้องผู้ผลิต Android ทั้งหมด แต่สงสัยเห็น Apple กำลังสนุกมือ เลยลุยฟ้องตัวแม่คือ Google แทน
    • เท่านั้นยังไม่พอ ยังไปฟ้อง Starbucks ข้อหาทำเมนูไอศครีม Java Chip Frappucino อย่างนี้มันต้องฟ้องให้เข็ด (April’s Fool)
  • Nokia
    • โดดเดี่ยว ไม่มีใครฟ้องและไม่รู้จะฟ้องใคร
    • เพราะตอนนี้บริษัทตรูก็ไม่มีอะไรจะไปสู้ชาวบ้านแล้วโว้ยยยยยย T___T
%d bloggers like this: