Category: News


Brian White นักวิเคราะห์จาก Topeka Capital คาดว่าแอปเปิลจะเร่งเวลาเปิดตัว iPad และ iPad mini รุ่นใหม่เป็นเดือนมีนาคม โดย White กล่าวว่าได้ข้อมูลมาจากแหล่งข่าวในงาน CES

White กล่าวว่า iPad รุ่นที่ห้านี้จะบางและเบาลงกว่า iPad รุ่นปัจจุบัน และจะมีการใช้วัสดุแบบเดียวกับ iPad mini และ iPhone 5 ที่ขอบของตัวเครื่องจะใช้เพชรมาปั่นทำให้ได้ความรู้สึกที่ดี และมีสองสีคือ black and slate และ white and silver เป็นทูโทน

ส่วน iPad mini นั้น White กล่าวว่าจะยังคงดีไซน์เดิม เป็นการอัพเดตภายในหรือเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ เพราะปัจจุบัน iPad mini ใช้ชิพ Apple A5 ซึ่งนับว่าเก่าไป

White ไม่ได้พูดถึง Retina Display กับ iPad mini แต่อย่างใด แม้จะมีข่าวลือหนาหูมาตลอดว่าแอปเปิลกำลังทดสอบ Retina Display กับ iPad mini อยู่ แต่ก็เป็นไปได้ว่าแอปเปิลจะนำ Retina Display มาใส่ iPad mini เนื่องจากหากใช้ดีไซน์เดิมจริงก็เป็นไปได้ที่จะใส่ Retina Display เหมือนตอนที่อัพเดตจาก iPad 2 เป็น iPad 3rd Generation

หากแอปเปิลเปิดตัว iPad และ iPad mini ในเดือนมีนาคมนี้จริง แสดงว่าเป็นการเร่งวงจรผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลอย่างแรง เพราะปกติผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง แอปเปิลจะเปิดตัวปีละครั้ง จะเหลือเพียงแค่ 6 เดือนครั้ง

ซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่า นายจอร์จ โคโลนี ซีไออีของหน่วยงานวิยจัยฟอร์เรสเตอร์ ชี้ว่า ในอนาคตข้างหน้า แอปเปิลจะตกลงและเสียความนิยม เนื่องจากสิ้นยุคของสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำที่ทรงบารมีของแอปเปิล โดยนายทิม คุก ผู้บริหารแอปเปิลคนใหม่ ขาดคุณสมบัติดังกล่าว และไม่สามารถสร้างบารมีเท่าสตีฟ จ็อบส์ ได้ โดยนักวิเคราะห์รายนี้ระบุว่า ชะตาของแอปเปิลระยะยาวจะสะท้อนภาพเหมือนกับกรณีบริษัทยักษ์ใหญ่โลกหลายแห่งต้องตกต่ำ เช่น”โซนี่”หรือ”โกดัก” หรือดิสนีย์ ภายหลังวอลท์ ดิสนีย์ ตาย โดยหน่วยงานที่ทรงบารมีหลายแห่งล้วนนำโดยบุคคลที่มีพรสวรรค์แห่งเปี่ยมคุณค่า

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แอปเปิลเผยว่า บริษัทมียอดกำไรเพิ่มข้นเป็นเท่าตัวในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ จากการขายโทรศัพท์ไอโฟนได้กว่า 35 ล้านเครื่อง ซึ่งมากกว่าที่ประเมินไว้มาก นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถขายเครื่องคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชได้ 4 ล้านเครื่อง,ไอโฟน 11.8 ล้านเครื่อง และไอพอด 7.7 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสดังกล่าว

เป็นเคสที่แปลกประหลาดดีเหมือนกันกับการที่ Evelyn Paswall หญิงวัย 83 (น่าจะเรียกว่าคุณยายมากกว่า) ได้ฟ้องร้อง Apple หลังจากที่เธอเดินไปชนกระจกที่ Apple Store Manhassett เข้าอย่างจังจนมีผลทำให้จมูกของเธอหัก ซึ่งเธอได้เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน $75,000 และยังเรียกร้องค่าเสียหายจากการไม่เอาใจใส่ลูกค้าจนทำให้ได้รับบาดเจ็บรวมแล้วเป็นเงินกว่าหนึ่งล้านเหรียญหรือตกเป็นเงินไทยกว่า 30 ล้านบาท!

สิ่งที่ทางทนายของ Evelyn Paswall พอจะเอามาเรียกร้องค่ายเสียหายได้ได้ก็คือการบอกว่าทาง Apple Store ไม่ได้มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายใดๆ บ่งบอกเลยว่าส่วนไหนเป็นกระจกที่เดินผ่านไม่ได้และส่วนไหนเป็นประตู ซึ่งที่ Apple Store สาขาดังกล่าวตรงส่วนด้านหน้าเป็นกระจกทั้งหมดและมีเพียงช่องตรงกลางที่เป็นประตูกระจกที่สามารถเปิดเข้าไปได้ โดยทนายของคุณยายดังกล่าวยังแถต่อไปได้อีกว่า ตาของคุณยายแกยังดีอยู่ เพียงแต่แกมองไม่เห็นกระจกเพราะมันใสเกินก็เท่านั้น

แม่แอดมิน 50 สายตาก็ไม่ดีอยู่แล้ว คิดอะไรกับคนอายุ 83 ละครับ

มีเรื่องมาให้ Apple ปวดหัวกันอีกแล้ว เมื่อคราวก่อนที่ผมบอกว่า iPhone 4 ระเบิดบนเครื่องบิน คราวนี้!! iPhone 4 ไหม้ครับพี่น้อง!!

เว็บไซค์ Mashable รายงานว่า ได้รับข้อมูลจากผู้หญิง อายุ 51 ปี เป็นชาวโคโรราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอบอกว่า ได้ชาร์ท iPhone 4 สีขาวของตัวเองทิ้งไว้ตอนกลางคืนในขณะที่เธอหลับ พอตอนเช้าก็รู้สึกตัวว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้จึงลุกขึ้นมาดูเห็น iPhone 4 ของเธอควันพุ่งออกมาจากด้านในตัวเครื่องแยอะมาก โดยที่ตัวเครื่องห่างจากหัวเธอเพียงไม่กี่นิ้ว และเธอได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

iPhone 4 ไหม้  หญิงวัย 51 ปี ชาวโคโรราโด โชว์ iPhone 4 สีขาว ไหม้ในขณะที่เธอกำลังนอนหลับ

หญิงชาวโคโรราโดคนนี้ไม่ต้องการออกนาม เธอบอกว่า เธอกำลังอยู่ในระหว่างการท่องเที่ยวแถบชายฝั่งตะวันออก ในระหว่างที่นอนหลับอยู่ในโรงแรมคนเดียว เธอได้ชาร์ท iPhone 4 ไว้ ห่างจากหัวของเธอประมาณ 12 – 14 นิ้ว เท่านั้น

iPhone 4 ไหม้

พอเวลาประมาณ 6.30 ตอนเช้า เธอรู้สึกตัวเพราะได้กลิ่นเหม็นไหม้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงแตกดังมาก และมีควันคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง

“กลิ่นไหม้เหม็นและรุนแรงมาก กลิ่นคล้ายกับพลาสติกไหม้” เธอกล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

เธอจึงรีบลุกขึ้นจากที่นอนแล้วใช้กระเป๋าแล็บท็อปจับ iPhone ขึ้นมาแล้วรีบเอาไปทิ้งที่ซิ้งล้างจานในห้อง เครื่องจับควันภายในโรงแรมไม่ทำงาน ช่างไฟบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับปลั๊คไฟในห้อง

iPhone 4 ไหม้ ตำแหน่งที่เธอชาร์ท iPhone ขณะนอนหลับ

iPhone 4 เครื่องนี้เธอได้ซื้อมาประมาณ 1 ปีแล้วที่ Apple Store ในโคโรราโด

โดยสาเหตุที่นำเรื่องของเธอมาเผยแพร่กับเว็บไซค์ Mashable ก็เพราะว่า ทางบริษัท Apple จงใจจะปิดบังข้อมูลและไม่เตือนให้ผู้ใช้ iPhone คนอื่น ๆ ทราบ

iPhone 4 ไหม้

เธอกล่าวว่าบริษัท Apple ควรเตือนผู้ใช้ iPhone ให้ทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ iPhone ไหม้นี้เป็นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2554 ได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่คล้าย ที่เกิดขึ้นในประเทศบราซิลและออสเตรเลีย โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นกับ iPhone 4 แต่ยังไม่มีการรายงานว่าพบ iPhone 4S ไหม้

หลังจากนั้นเธอได้ร้องขอ iPhone 4S จากบริษัท Apple แต่บริษัท Apple กลับให้ iPhone 4 กลับมา

ทางเว็บไซค์ Mashable พยายามติดต่อกับบริษัท Apple แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นใด ๆ จากทางบริษัท

“ฉันเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วที่นี่ ทางบริษัท Apple ก็ควรแจ้งเตือนผู้ใช้ iPhone ว่าให้ระวังหากแบตเตอรี่ร้อนเกินไป” “ซึ่งหากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นคืนก่อน เธออยู่ที่บ้านเก่าของแม่เธอ มันอาจจะอันตรายร้ายแรงมาก” เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า “ฉันเกลียดบริษัทที่ต้องรอให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นก่อน ก่อนที่พวกเขาจะป้องกัน”

สงครามยุคใหม่ในซิลิคอนวัลเลย์คือการแข่งกันไล่ฟ้องชาวบ้าน โดยใครเบ่งพลังโชว์พาวได้มากสุดก็ชนะไป ใครแพ้สู้ไม่ได้ ก็ต้องไปหาแรร์ไอเทม ด้วยการแย่งซื้อสิทธิบัตรบริษัทที่กำลังจะเจ๊งมาเป็นอาวุธ แล้วก็เอาไปไล่ฟ้องชาวบ้านกลับ

กงกรรมกงเกวียนในซิลิคอนวัลเลย์ยุค 2010’s เป็นดังนี้

  • Apple
    • ตัวละครเอกของงานนี้ เพราะไล่ฟ้องชาวบ้านมากที่สุด แทบทุกบริษัทมือถือโดนพลังดาบ Multi-touch และสิทธิบัตรอื่นๆ ทิ่มแทง ไม่ว่าจะเป็น Motorola, Samsung, HTC, HP/Palm, Amazon, Verizon โดนฟ้องเรียบ
    • ซึ่งแน่นอนว่าแทบทุกรายก็ฟ้องแอปเปิลกลับคืน (ด้วยขอหาอะไรก็ช่างเถอะ แต่ตรูจะฟ้อง)
    • Apple ฟ้อง HTC เรื่อง Android ทำให้ Google ต้องขี่ม้าขาวมาปกป้อง ก็เลยโดนหางเลขไปด้วย
    • ส่วนที่ตลกคือ Microsoft ฟ้อง Apple ว่าละเมิดชื่อ App Store แต่ Apple ไม่รู้จะฟ้องอะไรกลับเพราะ Windows Phone ยังด๋อยอยู่
  • Microsoft
    • พระรองที่ไล่ฟ้องชาวบ้านแหลกไม่แพ้ Apple เพราะมีดาบในมืออยู่หลายเล่ม โดยกลุ่มผู้ผลิต Android เป็นเป้าเช่นเดิม ทั้ง Barnes & Noble, HTC รวมไปถึงผู้ผลิตอย่าง Foxconn ก็โดนด้วย
    • ส่วนสงครามกับ Google ก็มีฟ้องไปหลายเรื่อง แต่ Google ที่มีดาบน้อย เลยฟ้องกลับแค่เรื่องSearch Engine
  • Google
    • รับบทน้องเล็กโดนรังแก เนื่องจากเป็นน้องเล็กแต่โตจะแซงพวกพี่ใหญ่ ก็เลยโดนพี่เปิ้ลกับพี่ไมค์ฟ้องซะหลายดอก
    • แต่ที่โดนหนักสุดเห็นจะเป็นเรื่อง Java ที่ Oracle กัดไม่ปล่อย และมีแววจะแพ้ซะด้วยสิ
  • Oracle
    • ตัวร้าย ที่ไปเจอขุมทรัพย์ว่า Android มีโค้ดละเมิด Java อยู่ ทีแรกจะระเบิดพลังไล่ฟ้องผู้ผลิต Android ทั้งหมด แต่สงสัยเห็น Apple กำลังสนุกมือ เลยลุยฟ้องตัวแม่คือ Google แทน
    • เท่านั้นยังไม่พอ ยังไปฟ้อง Starbucks ข้อหาทำเมนูไอศครีม Java Chip Frappucino อย่างนี้มันต้องฟ้องให้เข็ด (April’s Fool)
  • Nokia
    • โดดเดี่ยว ไม่มีใครฟ้องและไม่รู้จะฟ้องใคร
    • เพราะตอนนี้บริษัทตรูก็ไม่มีอะไรจะไปสู้ชาวบ้านแล้วโว้ยยยยยย T___T

หลังจากที่มีการแกะกล่อง iPad รุ่นใหม่ได้ไม่นาน ก็ได้มีการทดสอบวัดประสิทธิภาพของ iPad ผ่าน Geekbench ซึ่งใช้เป็นโปรแกรมมาตรฐานในการวัดค่าความสามารถและ Hardware ของอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งผลการทดสอบก็เป็นไปตามคาดเมื่อ iPad รุ่นล่าสุดให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลไม่ต่างกับ iPad 2 เนื่องจากมี CPU ความเร็ว 1GHz เหมือนกัน เพียงแต่ iPad รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพด้าน GPU ที่มากกว่าเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือใน iPad รุ่นล่าสุดนั้นมี RAM มาให้ถึง 1GB ซักที ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ สำหรับอุปกรณ์ขนาดพกพา (Netbook ย่อมๆ เลยนะนั่น) ซึ่งน่าจะทำให้ปัญหา Memory เต็มแล้ว App เด้งออกลดไปได้บ้างไม่มากก็น้อยและการใช้งานทั่วไปก็น่าจะไหลลื่นมากขึ้นด้วย

เมื่อวันก่อนทางสื่อต่างประเทศได้รายงานถึงผลประกอบการของ Apple ที่ประกาศออกมาในไตรมาสแรกของปี 2012 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 4.633 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (1.43 ล้านล้านบาท) และคิดเป็นกำไรสุทธิ 1.306 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (3.918แสนล้านบาท) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2.18 เท่า ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดอยู่ที่ 44.7% และเมื่อคิดเป็นรายได้ของ Apple จากตลาดต่างประเทศคิดเป็น 58% ของรายได้รวมทั้งหมด อีกทั้งตอนนี้มีเงินสดอยู่ในมือของ Apple ถึง 9.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (2.91 ล้านล้านบาท)

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ต่างๆ หากดูเป็นตัวๆ จะเห็นได้ว่าไตรมาสนี้ iPhone ขายได้เป็นจำนวนถึง 37.04 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากเดิม 128%, iPad ขายได้ 15.43 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 111%, สินค้าตระกูล Mac ขายได้ 5.2 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 26% สุดท้ายกับ iPod ยอดอยู่ที่ 15.4 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลงไปถึง 21%

นอกเหนือจากนั้นยังมีรายละเอียดส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจจาก CEO อย่าง ทิม คุก มานำเสนอกันเพิ่มเติมด้วยครับ

  • สินค้าตระกูล Mac ยังเติบโตดี โดยเฉพาะ MacBook Pro และ MacBook Air
  • มากกว่าครึ่งของผู้ซื้อ Mac ไม่เคยใช้ Mac มาก่อน
  • ผลิตภัณฑ์ iPhone เป็นตัวเร่งที่ดีให้คนซื้อสินค้า Apple มากยิ่งขึ้น โดย Apple รับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ iPod แล้ว
  • ภาพรวมของอุปทานชิ้นส่วนยังเป็นปกติ ยกเว้นฮาร์ดดิสก์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในไทย โดย Apple เลือกที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้มีของ
  • ปัญหาฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดช่วงน้ำท่วมในไทยยังไม่ส่งผลกับ Mac ในไตรมาสที่ผ่านมา แต่จะส่งผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้แน่นอน
  • สมาร์ทโฟน iPhone 4S ได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้ว 90 ประเทศ
  • การเสี่ยงดวงด้วยการสั่งชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลตุนไว้เพื่อผลิต iPhone นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะความต้องการ iPhone ก็ยังมากมายไม่เพียงพออยู่ดี
  • เครื่องเล่น iPod Touch ยังคงมีส่วนแบ่งของยอดขายจำนวนเกินครึ่งของสินค้าตระกูล iPod ที่ขายได้ทั้งหมด
  • ทิม คุกเชื่อว่าตลาดแท็บเล็ตจะใหญ่โตกว่าตลาดพีซีในเร็ววันนี้

เรียกได้ว่าในตอนนี้ทางบริษัท Apple มีเงินค่อนข้างมากพอสมควร เล่นทำเอาบริษัทหลายๆ บริษัทอิจฉาไปตามๆ กันทีเดียวเชียว

ดวง ใบ้หวย หาคู่ หน้าเหมือนใคร ทำนาย กรุ๊ปเลือด และอีกมากมาย ที่เล่นกับการหาคู่ ความโสด ความรัก ดูดวง

รู้มั้ยครับว่าแอพเหล่านี้ กำลังเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไป

คนทำแอพสามารถ
– เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราได้ทุกอย่าง ทุกเวลา
– สามารถโพสต์ข้อความ ส่งข้อความต่างๆในนาม account เราได้เลย
– เรามีสิทธิ์ โดน “แอบอ้าง” ได้ ง่ายๆเลย

เพียงแค่เรากด “Allow” ก็เหมือนเซ็นหนังสือมอบอำนาจ ให้แอพนี้ ทำทุกอย่างได้เท่ากับเรา เจ้าของ account

เจอแอพพวกนี้ ก่อนกด Allow คิดให้ดีๆนะครับว่าไว้ใจได้รึเปล่า
ถ้าพบพฤติกรรมแปลกๆ ให้กด “Report Spam” ไปเลย ก่อนที่ข้อมูลส่วนตัวทั้งหลาย จะถูกดูดไปเก็บในฐานข้อมูลของคนอื่น และช่วยให้คนอื่นไม่โดนครับ

ประมาณ 4 วันที่แล้วครับ ผมได้รับเมล์จากคุณ Tony Shin บอกว่า กำลังหา Blog ที่เขียนถึง Apple (Blog เรานั่นเอง) ทีมงานก็ตอบกลับไป พร้อมกับ Link มาอันนึง ซึ่ง ผมอ่านแล้ว รู้สึกตกใจมาก เดี๋ยวเราจะตีแผ่ครับ

ปล. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ ผมถามเพื่อนทีมๆมานานเหมือนกัน และดูสื่อต่างประเทศ กว่าจะตัดสินใจลง

ผมคงไม่กล้าแปลนะครับ ใครรู้สึกไม่ดี อยากให้ลบ แจ้งมาที่ techno.th2011@gmail.com ครับ เราจะลบให้

(Mail : tony.shin4@gmail.com Twitter : @ohtinytony Facebook : Facebook.com/tony.shin40)


ถึงแม้จะไม่ได้เป็นข่าวกับโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาของรัฐบาลมากนัก แต่ล่าสุดแอปเปิลประเทศไทย เปิดรับสมัครงานในตำแหน่งเพื่อการศึกษา (Education Manager) พร้อมกันทีเดียวถึง 3 ตำแหน่ง ทั้งที่ ปกติแล้วแอปเปิลประเทศไทยจะรับสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวกับการขายสินค้าเป็นหลัก

โดยตำแหน่งงานล่าสุดที่แอปเปิลประเทศไทยประกาศรับคือ

  • Education Solution Manager, Thailand
  • Education Content Manager, Thailand
  • Education Development Manager
เมื่อเข้าไปอ่านในเนื้องานที่ต้องทำของทั้ง 3 ตำแหน่งนี้ นอกจากจะต้องดูแลลูกค้าในสถานศึกษาแล้ว ยังจะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับทีม iBookstore, App Store และ iTunes Store อีกด้วย โดยควรจะต้องมีประสบการณ์ในแวดวงการศึกษาระดับ K-12 (เทียบได้กับระดับมัธยมปลายในไทย)
จุดสังเกตุอีกอย่างหนึ่ง คือตำแหน่งงานที่เปิดรับนี้ ประกาศหลังจากที่แอปเปิลจัดงาน Education Event ในนิวยอร์กเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นตลาดที่ทำรายได้ในการขายสินค้ามากมายนักเมื่อเทียบกับฮ่องกง, จีน หรือสิงคโปร์ แต่เชื่อว่าเมื่อดูมูลค่าของตลาดการศึกษาเมืองไทยก็คงไม่แพ้ที่ไหนเหมือนกันครับ
%d bloggers like this: