Category: PC


ในที่สุด หนึ่งในเวอร์ชั่นของระบบแฏิบัติการ Windows ที่เรียกได้ว่าเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ที่สุดตัวนึงของวงการ อย่าง Windows Vista ก็ได้หลุดจาก “mainstream support” หรือก็คือไม่มีการสนับสนุนแบบเป็นหลักอีกต่อไปแล้ว ผู้ใช้งานจะยังคงสามารถใช้งานต่อไปได้เรื่อยๆ และสามารถทำการอัพเดทระบบความปลอดภัยต่างๆได้ต่อไป แต่จะไม่มีการสนับสนุน หรือรองรับการแก้ปัญหาต่างๆอีกต่อไป จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อเสียค่าบริการสำหรับการแก้สิ่งต่างๆเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบั๊ก หรือว่าแพทช์ต่างๆ

จริงๆแล้วจะเรียกว่านี้เป็นช่วงยืดเวลาสนับสนุน หรือช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะว่าจะยังไม่ได้ใช่การลอยแพซะทีเดียว แต่แค่ไม่สนับสนุนในการแก้ปัญหาบางอย่างแล้วเท่านั้น แต่กับ Windows XP ที่เรารู้จักกันดี จะเลิกสนับสนุนในทุกๆรูปแบบ รวมถึงด้านความปลอดภัยต่างๆด้วยในปี 2014 ที่กำลังจะมาถึงนี้

ผมเชื่อว่าทุกคน รัก และผูกพันกับ Windows XP เป็นแน่แท้ เราจะเปิดสกู๊บพิเศษ เพื่อชาว XP โดยเฉพาะ

Advertisements

ลายๆ คนน่าจะรู้จักกับชื่อ Thunderbolt กันแล้ว หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัวพอร์ทชนิดนี้ออกมาครั้งที่เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอะไรที่ล้ำหน้ากว่า USB 3.0 ซะอีก และ Intel ก็บอกอีกด้วยว่าจะมีการเปิดตัวมาใช้กับอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นๆมากขึ้นในปลายปีนี้

เทคโนโลยี Thunderbolt นี้เปิดตัวมากว่าปีแล้ว ถือเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแห่งอนาคตเลยก็ว่าได้ เพราะว่าตัวมันเองสามารถส่งผ่านข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงมาก เรียกว่าเทียบกับของเดิมแล้วมากว่าตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า ตามตัวเลขระบุเอาไว้ว่า 10Gbps ขนาดว่าถ่ายโอน Blu-ray ทั้งแผ่น ในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง โดยเป็นการร่วมพัฒนากันระหว่าง Apple และ Intel

แต่จริงๆแล้ว เทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำเสนอเปิดตัวออกมาครั้งแรกจะเป็นการใช้สายแบบ fiber optic ที่จะใช้แสงในการเป็นตัวกลางถ่ายโอนข้อมูล แต่ Thunderbolt ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ หรืออย่างบนเครื่องของ Apple นั้น จะเป็นการใช้สายทองแดงแทน เนื่องด้วยราคาต้นทุนของสาย fiber optic นั่นเอง ซึ่งข้อเสียก็คือจะทำให้ระยะความยาวของสายนั้นสั้น ได้ยาวสูงสุดแค่ 6 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นการใช้สาย fiber optic จะได้ไกลถึง 10 เมตร

แต่การใช้สาย fiber optice ก็จะทำให้อุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวที่เชื่อมต่อกันต้องมีแหล่งจ่ายพลังงานเป็นของตัวเองทั้งสองฝั่ง แต่การใช้สายทองแดงจะสามารถจ่ายไฟได้จากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เองเลย โดยยังจ่ายได้แรงถึง 10 วัตต์ด้วย ทำให้อุปกรณ์ที่เอามาเชื่อมต่อด้วยไม่ต้องมีแหล่งจ่ายพลังงานของตัวเองก็ได้

โดยตอนนี้ยังเป็นที่แน่ชัดจาก Intel ว่าตั้งใจจะเปลี่ยนสายทั้งหมดมาเป็นแบบ fiber optic เมื่อไหร่ แต่ว่าถ้ามีออกมา เครื่องที่ใช้พอร์ต Thunderbolt อยู่แล้วก็ยังสามารถใช้งานร่วมกับสายแบบใหม่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงอะไรใหม่ นอกจากนั้น Intel เองก็ตั้งใจที่จะให้เทคโนโลยีใหม่ตัวนี้ กลายเป็นพอร์ตตัวเดียวสำหรับการทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนข้อมูล, ระบบเน็ตเวิร์ก และการเชื่อมต่อกับจอภายนอก ใน Thunderbolt เพียงช่องเดียว ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน และยังสามารถช่วยในเรื่องของการออกแบบตัวเครื่องได้อีกด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องใช้พอร์ตหลายตัวอีกต่อไป

วันนี้ มี APP สำหรับ Chrome Web Store มาให้เล่น ชื่อว่า Sinuous โหลดฟรีที่ Web Store หรือ www.sinuousgame.com 

การเล่นง่ายมากครับ หลบจุดแดง 555555

โดนได้ 2 ครั้ง ยกเว้นเก็บเพิ่มชีวิต

โดนกำแพงตายทันที

ถ้าเครื่องช้า ค่า FPS น้อย คะแนนที่เป็น จะถูกหักจากเปอร์เซนต์ FPS ที่หายไป

ยิ่งวาดลวดลาย ยิ่งได้แต้ม บางคนทำเป็นรูปหัวใจเลยย

ตบท้ายด้วยวิดิโอการเล่นครับ // เสียงแตกและดังมาก ใช้ Camtasia อัด

OSX Lion vs. Windows 8!

เมื่อคืนนี้ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Windows 8 รอบพรีวิวไปแล้ว หลังจากที่นั่งฟังแบบหลับๆ ตื่นๆ เช้ามาเลยไล่อ่านข่าวอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ดูจะโดดเด่นที่สุดบน Windows 8 จนเราลืมความสามารถอื่นๆ ไปเลย คือการใช้งานในโหมด Touch Screen หรือที่เรียกว่า Metro Style ที่จะไม่ใช่ของโชว์สวยๆ อีกต่อไปแต่มันใช้งานได้จริง มาสู้กับ iPad ได้อย่างสูสี ปรับแต่งได้ เขียนโปรแกรมติดต่อง่าย ใช้โปรแกรมในโหมดเต็มจอได้ และที่สำคัญคือมันสลับไปมากับโหมด Windows ปกติที่เราคุ้นเคยกันได้

ในมุมฟีเจอร์ก็ต้องยอมรับว่า Metro Style นั้นดูดีน่าใช้มาก อย่าลืมว่าว่ากลุ่มผู้ใช้ทั่วไปไม่ได้ต้องการ task bar แต่อยากเล่นเว็บ เกมส์ เขียนเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง แค่นั้น ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่เห็นด้วยกับการใช้ PC โดยนั่งแตะหน้าจอ (เมื่อยตายภายใน 5 นาที) แต่แค่ใช้เมาส์ก็ดูน่าใช้แล้ว

สาวก vs สาวก

ในระหว่างที่ดู Keynote อยู่ เหล่าสาวกทั้งไทยและเทศก็เริ่มหยามเหยียดว่ามันคือ Lion Copycat, Windows 7 SP 3 บ้างอะไรบ้าง สาวกไมโครซอฟท์หลายรายก็เขียนบล็อกเย้ยกลับไปมา ไล่ตามอ่านแล้วก็สนุกดี

ฝั่งสาวกไมโครซอฟท์

  • จุดอ่อนของ iOS กับ Android แท็บเล็ตคือไม่มีใครใช้กับงาน Productivity Work เช่นงานเอกสาร, ทำพรีเซนต์, แต่งรูป ถึงจะบอกว่ามีแอพที่ทำได้แต่มันมีไว้แค่สวยๆ แต่ Windows 8 จะรวมทุกอย่างไว้ เอาแท็บเล็ตตั้ง ต่อคีย์บอร์ดกับเมาส์ก็ใช้ Photoshop หรือ MS Office ได้เลย
  • iPad เปิดโลกแท็บเล็ตก็จริง แต่ Windows 8 ทำให้มันทำงานได้จริง
  • ต่อไปบริษัทขายแท็บเล็ตจะขายพ่วง Windows 8 ไปเลย คือใครอยากใช้เป็นแท็บเล็ตก็เปิดจอ Metro Style ส่วนใครอยากใช้ทำงาน ก็เปลี่ยนโหมดมา Windows ปกติ เป็นได้ทั้งแท็บเล็ตและเน็ตบุ๊ค
  • บูทเร็วกว่าทุก OS ที่แอปเปิลมี แม้แต่ iOS ก็เถอะ (แต่สูสีกับ Chrome OS)
  • Developer ฝั่ง Desktop App ยังอยู่ข้างไมโครซอฟท์เยอะ และพาร์ทเนอร์อีกมหาศาล อย่าง Oracle, IBM, Yahoo!, Nokia หรือแม้แต่ Facebook
  • Visual Studio ยังคงเป็น Developer Tools ที่ดีที่สุดอยู่
  • มันคือยุคของ Post-Post-PC-Era (เอ้าฮา)
  • ถึงเวลาของแท็บเล็ตสีอื่นนอกจากขาวกับดำแล้ว !!
ฝั่งสาวกแอปเปิล
  • มันก็แค่ Windows 7 SP 3 ที่มีหน้ากากสวยๆ มาคลอบ
  • สิ่งที่โชว์มาไม่ต่างอะไรกับการลอกคอนเซ็ปต์ของ Lion
  • ไมโครซอฟท์ช้าเกินไป กว่าที่ Windows 8 จะออกขายจริงก็อีกเป็นปี ซึ่งช้าไปแล้วรึเปล่า ? แอปเปิลคงนั่งนับเงินกับ iPad 3 หรือกูเกิลคงทำ Android เวอร์ชันที่ 20,000 เสร็จก่อนก่อน Windows 8 จะออกด้วยซ้ำ
  • CPU ที่ไมโครซอฟท์เอามาโชว์เครื่อง Samsung มันคือ Intel Core i5 ซึ่งต้องเทียบกับ Macbook Air แต่ถ้าจะเอามาใช้ทำแท็บเล็ตก็ต้องเป็น ARM ซึ่งจะได้แท็บเล็ตที่กินแบตและร้อนกว่า iPad อย่างมาก
  • แอพทุกตัวแทบจะต้องเขียนใหม่เพื่อรับ Metro Style ถึงจะบอกว่ามันใช้ Excel ได้ แต่ลองเข้าจริงก็ไม่มีใครใช้อยู่ดี นอกจากจะต้องหาเมาส์มาวาง เทียบไม่ได้กับ Numbers บน iPad ที่แอปเปิลเขียนใหม่
  • Developer ต้องทำงานอย่างหนักกับฮาร์ดแวร์สารพัดแบบที่จะวางขาย ขนาดหน้าจอที่ต่างกัน อุปกรณ์เสริมที่ต่างกัน แทนที่จะไปโฟกัสเรื่องสำคัญเรื่องอื่น
  • หน้าจอแบบ Tiles ใช้แล้วดีจริงหรือ ? ลองดู Windows Phone 7 ที่อยู่ในตลาดสิ มีใครใช้บ้าง ?
  • ภายใต้หน้ากากที่สวยงาม มันก็ยังคงเป็น Windows ที่เต็มไปด้วยปัญหาเดิมๆ อย่าง Virus, DLL Hell, Registry Hell และการออกร้อย Edition อันแสนจะน่าปวดหัว
  • ขอแสดงความยินดีด้วยกับ “Next year (too late) product” ของไมโครซอฟท์
OSX Lion vs Windows 8

ทั้ง OSX Lion และ Windows 8 มีความแตกต่างกันพอสมควร และหากจะเอามาเปรียบเทียบกันตอนนี้ว่าใครดีกว่าใครคงจะยากเพราะ Windows 8 ยังอยู่แค่เวอร์ชัน Alpha ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะออกเวอร์ชันเต็ม (และอาจจะมีอะไรมากกว่าที่เราเห็น)

แต่อย่างไรก็ดี ลองมาดูเปรียบเทียบฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์กันว่าทั้ง 2 ระบบมีความต่างกันอย่างไร

Tablet Style:

  • หน้าจอใช้งานแบบแท็บเล็ต Lion ใช้ Launch Pad ขึ้นมาซ้อนกับหน้าปกติ แต่เปิดเครื่องมาจะยังไม่ได้เปิด Launch Pad เลยในทันที ต้องกดปุ่มเพื่อเรียกใช้
  • Windows 8 พอเปิดขึ้นมาจะได้ใช้ Metro Style เลย มาครอบทั้งหมดไว้ แต่ก็มี Shortcut ให้สลับโหมดไปมาได้

Switching Application:

  • Lion ใช้ Mission Control ดึงทุกหน้าจอมาย่อไว้ในหน้าเดียว
  • Windows 8 ใช้ Task Manager เช่นเคย แต่สวยขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งในโหมด Metro Style และ Windows Style

Full Screen Mode:

  • OSX เพิ่งจะมีโหมดเปิดโปรแกรมเต็มหน้าจอใน Lion นี่เอง แต่หลายโปรแกรมยังคงทำงานในโหมดปกติอยู่
  • โปรแกรมใน Windows ใช้โหมดเต็มหน้าจอมาได้หลายปีแล้ว (เช่นกด F11 ใน IE) แต่บน Windows 8 โปรแกรมที่ทำงานเต็มหน้าจออาจจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อรับ Metro Style

App Store:

  • OSX มี App Store ของตัวเองตั้งแต่ช่วงปลายของ Snow Leopard และบน Lion ก็ีรวม App Store เข้ากับระบบปฏิบัติการด้วย (Install, Update, Uninstall)
  • ไมโครซอฟท์คอนเฟิร์มว่า Windows 8 จะมี App Store ด้วยเช่นกัน แต่ข้อมูลที่เผยออกมายังไม่มากเท่าไหร่

Touch and Gesture Support:

  • OSX รองรับการสัมผัสมาตั้งแต่ Snow Leopard แล้วแต่ต้องใช้ผ่าน Trackpad หรือ Magic Mouse ของแอปเปิล
  • Windows 8 ใช้การสัมผัสหน้าจอโดยตรง รองรับระบบ Multi-touch ใช้สัมผัสสองมือพร้อมกันได้

CPU:

  • ซีพียู Lion ยังคงยึดอยู่กับชิป Intel ทั้งหลาย และใช้ A5 สำหรับ iOS
  • Windows 8 สนับสนุนซีพียูทุกแขนงรวมทั้ง ARM ด้วย
“How Apple does it”
แถมสไลด์ที่หลุดจากวงในไมโครซอฟท์ ช่วงกำลังพัฒนา Windows 8 อยู่

รายงานข่าวล่าสุด ไมโครซอฟท์ (Microsoft) แจ้งเตือนผู้ใช้ว่า ขณะนี้ได้มีแฮคเกอร์ใช้ช่องโหว่ใหม่ (ข้อผิดพลาดของการทำงานที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผย) ที่พบในระบบปฏิบัติการ Windows เพื่อแพร่กระจายไวรัส Duqu ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางรายถึงกับออกปากว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจจะเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ในโลกคอมพิวเตอร์ได้

“เรากำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว และจะพยายามเร่งออกอัพเดทความปลอดภัยให้กับลูกค้า” ไมโครซอฟท์กล่าว ความจริงรายงานข่าวเกี่ยวกับไวรัส Duqu มีการเปิดในช่วงเดือนตุลาคมทีผ่านมา เมื่อ Symantec บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยออกมาบอกว่า พบไวรัสคอมพิวเตอร์ลึกลับที่มีโค้ดการทำงานคล้าย Stuxnet ที่มีภารกิจคือการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ดังเช่น โรงงานนิวเคลียร์ ในประเทศอิหร่านที่โดนถล่มไปแล้วก่อนหน้านี้

 

 

ความน่ากลัวของ Duqu  ทำให้ภาครัฐ และนักลงทุนทั่วโลกพยายามจะปลดล็อคมหันตภัยสายพันธุ์นรกนี้ให้ได้ โดยนักวิเคราะระบบให้ข้อมูลว่า มันถูกพัฒนาโดยแฮคเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวางพื้นฐานการโจมตีระบบสำคัญๆ ของ โรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และระบบท่อส่งต่างๆ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับการติดไวรัส Duqu ถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อวานนี้ โดยไมโครซอฟท์ได้เผยถึงลิงค์อันตรายที่ทำให้ติดไวรัสตัวนี้ได้ ขณะเดียวกันทาง Symantec กล่าวว่า แฮคเกอร์จะส่งอีเมล์ที่มีลิงค์ของไวรัสตัวนี้ไปยังผู้ใช้ในรูปแบบของไฟล์แนบเอกสาร Word

 

 

เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์แนบ Word ดังกล่าว ไวรัส Duqu ก็จะติดเข้าไปในคอมพิวเตอร์ทันที การโจมตีที่เกิดขึ้นคือ ผู้บุกรุกจะสามารถเข้าควบคุมการทำงานของเครื่อง และเจาะเข้าไปยังเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัทของเหยื่อ เพื่อแพร่กระจายตัวมันเอง และล่าข้อมูล ซึ่ง Symantec ยังบอกอีกว่า โค้ดโปรแกรมบางส่วนที่พบใน Duqu เคยถูกใช้ใน Stuxnet ที่ใช้ทำลายระบบการทำงานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านมาแล้ว นั่นหมายความว่า แฮคเกอร์ที่อยู่เบื้องหลัง Stuxnet อาจจะให้โค้ดกับแฮคเกอร์ที่พัฒนา Duqu หรือยอมให้ขโมยโค้ดดังกล่าวไป หรือแม้แต่เป็นคนเดียวกันที่สร้างมันขึ้นมา แนะนำว่า อย่าเปิดไฟล์เวิร์ดใดๆทั้งสิ้น หากจำเป็นต้องรับ โทรหาด้วยว่าส่งอะไร และติดตาม Patch จาก Microsoft ด้วยครับ

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ออกแพตช์อัพเดทประจำเดือนมีนาคมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นแพตช์ที่มีความสำคัญมากๆ เพราะมันอุดช่องโหว่ร้ายแรงที่ทางบริษัทถึงกับต้องเตือนผู้ใช้ Windows ทั่วโลกว่า ให้รีบอัพเดทเป็นการด่วน เนื่องจากช่องโหว่ดังกล่าวจะถูกโจมตีในอีก 30 วันจากนีั้ไป – -”

ช่องโหว่ร้ายแรงที่ว่านี้จะพบได้ใน Windows ทุกเวอร์ชัน โดยจะอยู่ในส่วนของการทำงานที่เรียกว่า Remote Desktop Protocol (RDP) ซึ่งมันจะเปิดโอกาสให้ผู้บุกรุกสามารถผ่านไฟร์วอล (Firewall) เพื่อสั่งรันโค้ดอันตรายจากบนเน็ตได้ แม้ผู้ใช้ Windows ตั้งแต่ Vista ขึ้นไปจะสามารถเปิดการทำงานของระดับการรับรองสิทธิ์บนเครือข่าย (Network Level Authentication: NLA) เพื่อทริกการร้องขอสิทธิ์ RDP จะถูกยกเลิกที่ดีฟอลต์ แต่มันก็มักจะถูกกระตุ้นให้ทำงานอยู่เสมอ ซึ่งนั่นหมายถึง ผู้ใช้ Windows ทุกเวอร์ชันก็ตกอยู่ในความเสี่ยงอยู่ดี

“เราไม่คิดว่า มันจะเกิดการโจมตีที่ลุกลามไปใหญ่ แต่เนื่องจากช่องโหว่ดังกล่าวมีความน่าดึงดูดใจสำหรับแฮคเกอร์จริงๆ เราคาดว่า โค้ดอันตรายที่ใช้งานช่องโหว่นี้จะถูกพัฒนาออกมาภายใน 30 วันข้างหน้านี้” ข้อความจากบล็อกของไมโครซอฟท์ ในส่วนของแพตช์ที่เหลือจะไม่ร้ายแรงนัก และเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ Visual Studio อย่างไรก็ตาม การออกแพตช์ครั้งนี้ของ Microsoft กลับส่งผลกระทบกับ Mozilla ที่มีแผนจะออก Firefox 11 เนื่องจากแพตช์ของไมโครซอฟท์มีการเปลี่ยนแปลงโค้ดบางส่วนที่ Mozilla ได้แก้ไขการทำงานไว้แล้ว ผลทำให้ Firefox ไม่สามารถอัพเดทได้โดยอัตโนมัติได้

มีรูป Screenshot ที่ถ่ายมาจากหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของใครสักเครื่อง โดยสิ่งที่เห็นในภาพนั้นโชว์ให้เห็นถึงแอ็พพลิเคชั่น Office เวอร์ชั่น 15 (เดาว่าชื่อเป็น Office 2012) จาก Microsoft ตามมาด้วยพรีวิวด้านข้อมูลทางเทคนิคสำหรับเตรียมให้กับองค์กรธุรกิจและเหล่าผู้ร่วมลงทุนของ Microsoft เอง ตัวแอ็พฯถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้บนระบบ Windows 7 หรือ 8 ภายใต้หน้าตาแบบ Ribbon ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Office ที่ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่เวอร์ชั่น 2007

แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือมีการออกแบบใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานกับรูปแบบ Metro ของ Windows 8 ด้วย โดยเจ้า Ribbon นี้จะถูกย่อโดยค่ามาตรฐานจากตัวแอ็พฯอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้งานให้กับหน้าจอที่มีขนาดไม่ใหญ่ในเหล่าบรรดาเครื่องแท็บเล็ต ส่วนพวกพาเนลอื่นๆที่ปกติแล้วไม่ได้เป็นตัวสำคัญอะไรมากก็ถูกเอาออกจากการโชว์ในหน้าโปรแกรม ทำให้มันดูมีสะอาดสะอ้านมากกว่าที่เคยเป็นมา

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจนั่นก็คือ ความสามารถในการเผยแพร่เอกสารแบบออนไลน์ได้ โดยเป็นการจับเอาฟีเจอร์ที่เคยมีอยู่แล้วใน  Powerpoint 2010 ที่ชื่อว่า “Broadcast Slide Show” มาปรับปรุงเพิ่มเติมขยายความสามารถให้กับตัวแอ็พฯอื่นๆ และไฟล์เอกสารแบบอื่นๆด้วย แล้วใช้ชื่อใหม่ว่า “Present Online” โดยที่จะเป็นการผูกเข้ากับบริการของ Microsoft อย่าง Windows Live

ในระหว่างทางกว่าที่ตัวแอ็พฯเวอร์ชั่นใหม่นี้จะออก ก็คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ แต่ที่แน่ๆการมาของเวอร์ชั่นใหม่ตัวนี้ น่าจะทำให้การทำงานของเราสะดวกขึ้น ต้องขอบคุณหน้าตาใหม่ที่สะอาดสะอ้านสไตล์ Minimalistic และเป็นการผนวกรวมเข้ากับหน้าตาของ Metro ใน Windows 8 ที่ดีเยี่ยม

 

God Mode จะมีลักษณะภายนอกเหมือนกับโฟลเดอร์ทั่วไป แต่มันจะเป็นศูนย์รวมของส่วนควบคุมการทำงานต่างๆ ของ Windows ไว้ในที่เดียว โดยจะรวมรายการควบคุมที่ปกติจะอยู่ใน Control Panel ซึ่งเป็นที่ทราบกันแล้วว่าที่นี่จะมีคำสั่งการทำงานที่สามารถปรับแต่งคอมพิวเตอร์ทั้งหมดรวมอยู่ รองรับทั้ง Windows 7 และ Windows 8 ถ้าคุณต้องการใช้ก็สามารถทำได้โดยขั้นตอนการเปิดใช้ก็มีดังนี้

  • คลิกขวาที่ว่างๆ บน Desktop เลือกคำสั่ง New > Folder

  • ตั้งชื่อโฟลเดอร์เป็น GodMode.{ED7BA470-8E54-465E-825C-99712043E01C}

เวลาใช้ก็ให้ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ที่สร้างมา คุณก็จะได้โฟลเดอร์ที่รวมคำสั่งการใช้งาน Windows แบบเต็มๆ มาให้ใช้

อันนี้ผมเปลี่ยนจากคำว่า GodMode เป็น Control Panel แทน คนมาใช้เครื่องจะได้ไม่งงกัน

ก่อนหน้านี้ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Mozilla กันไปแล้ว ที่เตรียมทำแอ็พ browser ชื่อดังอย่าง Firefox ออกมาสำหรับเวอร์ชั่นของ Metro บน Windows 8 และนักพัฒนาของ Mozilla ก็ได้ออกมาประกาศแล้วว่าตอนนี้เริ่มพัฒนาตัวแอ็พแล้ว ยังไงก็คงจะได้เห็นกันแน่นอน แค่ยังไม่แน่ใจว่าจะเสร็จออกมาให้เห็นกันได้เมื่อไหร่ และก็ดูเหมือน Microsoft เองก็จะกำลังพัฒนาระบบ browser ของตัวเองใน Windows 8 ด้วย แม้ว่าตัวระบบ Windows 8 จะสามารถรองรับแอ็พเก่าๆที่ทำงานบน Windows 7 ได้อยู่แล้ว แต่ก็จะเป็นการใช้งานในรูปแบบเดิมๆ

แต่กับรูปแบบ Metro ก็จะเป็นอีกเรื่อง เพราะว่าจำเป็นที่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ให้สามารถรองรับการใช้งานด้วยนิ้วแบบเครื่อง mobile ให้ได้ดีมากขึ้น เพราะมีหลายฟีเจอร์ใหม่ที่จำเป็นต้องเขียนขึ้นมาให้เข้ากันได้กับตัวระบบ  ซึ่งถือเป็นการแบ่งแอ็พที่จะทำงานบน Windows 8 เป็น 2 ประเภทแต่ตามเอกสารที่ Microsoft เปิดเผยออกมาเกี่ยวกับการพัฒนาแอ็พบนรูปแบบ Metro ใหม่นี้ เราจะสามารถใช้งานแอ็พได้ทั้งบนรูปแบบ desktop แบบเดิม และ Metro ได้ด้วยแอ็พตัวเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยก แม้ว่าถึงตอนนี้ Internet Explorer 10 บน Windows 8 จะยังแบ่งเป็น 2 เวอร์ชั่นอยู่ก็ตาม แต่คงจะมีการเปลี่ยนแปลงในไม่ช้าFirefox_metro_internet_large_verge_medium_landscape

ข้อดีสำหรับนักพัฒนาก็คือแอ็พ browser รูปแบบใหม่นี้จะสามารถใช้ Win32 APIs ที่ browser จำเป็นต้องใช้ในการที่จะทำให้เข้ากันได้กับหลักการออกแบบของ Metro ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว ตัว browser จะสามารถรองรับการทำงาน Flash ได้ ซึ่งเป็นอะไรที่ browser บน Metro ตอนนี้ทำไม่ได้ Microsoft ก็ได้กระตุ้นให้นักพัฒนาใส่โค้ดเข้าไปในตัวซอฟท์แวร์ของพวกเขาอยู่ซึ่งจะทำให้สามารถเรียก browser ตัวใหม่นี้ขึ้นมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นในโหมด Windows หรือ Metro ก็ตาม ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรม และรูปแบบของลิงค์

แม้ว่ารายละเอียดจะยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ก็ฟังดูเหมือนว่าแอ็พชนิดใหม่นี้ จะทำให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับนักพัฒนาที่จะสร้างแอ็พสำหรับท่องเว็บทีตรงตามแนวทางของรูปแบบ Metro แต่ตอนนี้จะยังคงเป็นแค่เพียงสำหรับแอ็พท่องเว็บเท่านั้น แต่ก็คาดว่า Microsoft น่าจะเปิดช่องทางมากขึ้นสำหรับแอ็พประเภทอื่นๆอีกตามมา

Stan Shih ผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Acer Computer ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในตอนที่ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ United Daily News ของไต้หวัน ที่มีเนื้อความเกี่ยวกับ Apple และ Android จาก Google ว่าในอนาคตมีแววอุปกรณ์ Android ที่เป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จะมีอัตราการเติบโตทั่วโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ และแซงหน้าผู้นำตอนนี้อย่าง iOS จาก Apple ได้ในทีสุด นอกเหนือจากนั้นทาง Google ยังได้มีการร่วมมือกับ Intel จากการที่สามารถนำ Android ไปรันบนชิประมวลผล Intel Atom ได้ ส่งผลให้มีการขยายตลาดมากขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ Apple ไม่สามารถทำตามได้


อีกทั้ง  Stan Shih ผู้ก่อตั้ง Acer Computer ยังได้กล่าวถึงแนวทางกลยุทธ์ปัจจุบันของ Acer ที่ได้มีการจับมือร่วมกับทาง Intel และ Microsoft ทำให้ในด้านของสายคอมพิวเตอร์นั้นยังมีความก้าวหน้าไปอีกไกล พร้อมเป็นผู้นำสายของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน

ว่าแต่ไหงในส่วนของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนของ Acer เอง ดูแล้วไม่ค่อยมีอนาคตเท่าไหร่หว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Android ด้วยกัน อย่าง Samsung, HTC, Sony, LG ล่ะครับ :D

%d bloggers like this: